View Categories

ถ่ายไม่สุด อาจไม่ได้เกิดจากอุจจาระค้าง

เวลาที่ใช้อ่าน: 1 min read

หลังเข้าห้องน้ำเสร็จ คุณเคยรู้สึกไหมว่า “เหมือนยังถ่ายไม่หมด” ต้องนั่งต่อ เบ่งซ้ำ หรือกลับมาเข้าห้องน้ำอีกครั้งทั้งที่เพิ่งถ่ายไป บางคนทำความสะอาดหลายรอบก็ยังมีคราบ รู้สึกชื้น คัน หรือมีกลิ่นติดกางเกงใน จนเริ่มกังวลว่าอาจมีอุจจาระค้างอยู่ภายใน

อาการเหล่านี้พบได้บ่อยโดยเฉพาะในวัย 45–60 ปีขึ้นไป แต่ไม่ได้หมายความว่ามีอุจจาระตกค้างอยู่ในลำไส้เสมอไป เพราะริดสีดวงที่โตหรือยื่นลงมาอาจทำให้รู้สึกเหมือนมีบางอย่างติดอยู่บริเวณปากทวาร รวมถึงทำให้มีเมือกหลังทำความสะอาดแล้ว จึงเกิดปัญหาล้างไม่สะอาดหรือมีคราบซ้ำได้ ซึ่งผู้ที่มีริดสีดวงยื่นอาจมีเมือกออกมา ทำความสะอาดหลังขับถ่ายได้ยาก หรือรู้สึกเหมือนอุจจาระยังติดอยู่บริเวณทวาร

ริดสีดวงไม่ได้หมายถึงเพียงเส้นเลือดบวม #

หลายคนเข้าใจว่าริดสีดวงคือเส้นเลือดที่โป่งพองขึ้นมาเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วบริเวณช่องทวารมีเนื้อเยื่อคล้ายเบาะรองอยู่ตามธรรมชาติ เนื้อเยื่อนี้ประกอบด้วยหลอดเลือด กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน มีหน้าที่ช่วยให้ช่องทวารปิดสนิทและช่วยควบคุมการขับถ่าย

ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อเนื้อเยื่อดังกล่าวโต บวม หรือเคลื่อนต่ำลงจนเริ่มก่อให้เกิดอาการ จึงเรียกว่า “ริดสีดวง” ริดสีดวงภายในจะอยู่ด้านในช่องทวาร ส่วนริดสีดวงภายนอกจะเกิดอยู่ใต้ผิวหนังรอบปากทวาร

ทำไมริดสีดวงจึงทำให้รู้สึกว่าถ่ายไม่สุด #

ตามปกติ เมื่อมีอุจจาระลงมาอยู่ในลำไส้ตรง ร่างกายจะส่งสัญญาณให้เรารู้สึกปวดถ่าย หลังจากขับถ่ายออกแล้ว ความรู้สึกดังกล่าวควรค่อย ๆ ลดลง

แต่หากมีริดสีดวงยื่นลงมาขณะเบ่ง เนื้อเยื่อที่ยังค้างอยู่บริเวณช่องทวารอาจทำให้รู้สึกแน่น หน่วง หรือเหมือนยังมีสิ่งใดติดอยู่ หลายคนจึงเข้าใจว่ายังมีอุจจาระเหลืออยู่และพยายามเบ่งต่อ ทั้งที่อุจจาระส่วนใหญ่อาจออกไปแล้ว

ปัญหาคือ ยิ่งรู้สึกไม่สุด หลายคนก็ยิ่งนั่งชักโครกนานและพยายามเบ่งเพิ่ม การเบ่งทำให้แรงดันบริเวณหลอดเลือดและเนื้อเยื่อรอบทวารสูงขึ้น ริดสีดวงจึงอาจยิ่งบวมและยื่นมากกว่าเดิม จึงอยากจะแนะนำให้หลีกเลี่ยงการออกแรงเบ่งและไม่นั่งชักโครกนานเกินความจำเป็น เมื่อขับถ่ายเสร็จแล้วควรลุกออกจากห้องน้ำ ไม่ควรนั่งเล่นโทรศัพท์ต่อ

เช็ดไม่สะอาด อาจเกิดจากช่องทวารปิดไม่สนิท #

หลังขับถ่าย กล้ามเนื้อรอบทวารจะหดตัวเพื่อช่วยปิดช่องทวาร แต่หากมีริดสีดวงที่โตหรือยื่นออกมา เนื้อเยื่อดังกล่าวอาจขวางการปิด ทำให้ช่องทวารปิดได้ไม่สนิท

ผลที่ตามมาคือ อาจมีเมือกหรืออุจจาระปริมาณเล็กน้อยค่อย ๆ เล็ดออกมาภายหลัง แม้ว่าจะทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วก็ตาม ซึ่งริดสีดวงสามารถทำให้กล้ามเนื้อรอบทวารปิดไม่สมบูรณ์ จึงทำให้อุจจาระหรือเมือกจำนวนเล็กน้อยเล็ดออกมาได้

สิ่งที่สังเกตเห็นอาจเป็นคราบบนกระดาษชำระ กางเกงในเปื้อนเล็กน้อย มีความชื้น มีกลิ่น หรือรู้สึกคันและแสบรอบทวาร บางครั้งสิ่งที่ติดออกมาอาจไม่ได้เป็นอุจจาระทั้งหมด แต่อาจเป็นเมือกจากเยื่อบุภายในที่ออกมาพร้อมกับริดสีดวง

การทำความสะอาดแรงๆหรือทำความสะอาดซ้ำหลายครั้งจึงไม่ได้แก้ต้นเหตุ และอาจทำให้ผิวหนังรอบทวารถลอก แสบ หรือคันมากกว่าเดิม ควรล้างด้วยน้ำสะอาดอย่างอ่อนโยน หรือใช้กระดาษนุ่มซับเบา ๆ จากนั้นซับบริเวณดังกล่าวให้แห้ง หลีกเลี่ยงการถูแรงและผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมหรือสารที่ทำให้เกิดการระคายเคือง

ทำไมวัย 45–60+ จึงควรใส่ใจอาการนี้มากขึ้น #

เมื่ออายุมากขึ้น เนื้อเยื่อที่ช่วยพยุงบริเวณช่องทวารอาจอ่อนแอและหย่อนตัวได้ง่ายขึ้น ทำให้เนื้อเยื่อริดสีดวงเคลื่อนต่ำหรือยื่นออกมาได้ง่ายกว่าเดิม

นอกจากนี้ หลายคนในวัยกลางคนอาจมีกิจกรรมทางกายลดลง ดื่มน้ำน้อย รับประทานผักผลไม้น้อย หรือใช้ยาบางชนิดที่ทำให้ท้องผูก จึงต้องออกแรงเบ่งมากขึ้น ทั้งอาการท้องผูก อุจจาระแข็ง ท้องเสียเรื้อรัง และการนั่งชักโครกเป็นเวลานาน ล้วนเกี่ยวข้องกับการเกิดหรือกำเริบของริดสีดวง

ถ่ายไม่สุดคล้ายกัน แต่อาจไม่ใช่ริดสีดวง #

ความรู้สึกถ่ายไม่สุดและเช็ดไม่สะอาดสามารถเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน

สาเหตุแรกคือ ท้องผูกจนมีอุจจาระแข็งค้างอยู่ในลำไส้ตรง ในบางรายอุจจาระเหลวจากด้านบนอาจไหลผ่านรอบก้อนแข็งและเล็ดออกมา ทำให้เข้าใจว่าตนเองท้องเสียหรือเช็ดไม่สะอาด ทั้งที่ยังมีอุจจาระแข็งอุดอยู่ภายใน

อีกสาเหตุหนึ่งคือ กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานและกล้ามเนื้อหูรูดทำงานไม่สัมพันธ์กัน เวลาถ่าย กล้ามเนื้อควรคลายตัวเพื่อเปิดทางให้อุจจาระออก แต่ในบางคนกล้ามเนื้อกลับเกร็งหรือหดตัว จึงต้องเบ่งมากและรู้สึกเหมือนถ่ายไม่หมด

สาเหตุเหล่านี้มีวิธีรักษาแตกต่างจากริดสีดวง จึงไม่ควรสวนล้างลำไส้ ใช้ยาระบายแรง หรือพยายามใช้นิ้วนำอุจจาระออกเป็นประจำโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ เพราะหากต้นเหตุไม่ได้เกิดจากอุจจาระค้าง อาจทำให้บริเวณทวารระคายเคืองหรือบาดเจ็บมากขึ้น

ปรับการขับถ่ายอย่างไรให้ลดการระคายเคือง #

เป้าหมายของการขับถ่ายที่ดีไม่ใช่การทำให้อุจจาระเหลวที่สุด แต่ควรทำให้อุจจาระนุ่ม เป็นก้อน และออกได้ง่าย ไม่แข็งจนต้องเบ่งและไม่เหลวจนควบคุมได้ยาก

ควรรับประทานผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืชไม่ขัดสีให้หลากหลาย เพิ่มใยอาหารทีละน้อย พร้อมดื่มน้ำให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย ผู้ที่มีโรคหัวใจ โรคไต หรือได้รับคำสั่งจำกัดน้ำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพิ่มปริมาณน้ำอย่างมาก

หากปัญหาอุจจาระเล็ดมีความเกี่ยวข้องกับท้องผูกหรือริดสีดวง การเพิ่มใยอาหารและของเหลวอย่างเหมาะสมอาจช่วยให้อาการดีขึ้นได้

เมื่อรู้สึกปวดถ่ายควรเข้าห้องน้ำ ไม่ควรกลั้นไว้นาน แต่หลังจากอุจจาระออกแล้วไม่ควรนั่งรอหรือเบ่งต่อ หากยังรู้สึกไม่สุด ให้ลุกออกมาก่อนและรอจนเกิดความรู้สึกปวดถ่ายตามธรรมชาติอีกครั้ง

สรุป #

ความรู้สึกถ่ายไม่สุดและเช็ดไม่สะอาดไม่ได้หมายความว่ามีอุจจาระค้างเสมอไป ริดสีดวงฃที่โตหรือยื่นลงมาอาจทำให้รู้สึกเหมือนมีสิ่งใดติดอยู่บริเวณปากทวาร และอาจขัดขวางการปิดของกล้ามเนื้อจนมีเมือกหรือเศษอุจจาระเล็ดออกมา

สิ่งสำคัญคือไม่ควรฝืนเบ่งซ้ำ ไม่นั่งชักโครกนาน ทำให้อุจจาระนุ่มแต่ยังเป็นก้อน และทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน หากอาการเกิดขึ้นต่อเนื่อง มีเลือดออก หรือรูปแบบการขับถ่ายเปลี่ยนไป ควรตรวจหาสาเหตุให้ชัดเจน แทนการสรุปด้วยตนเองว่าเป็นเพียงริดสีดวงหรืออุจจาระค้าง

FAQ: คำถามที่พบบ่อย #

  1. ถ่ายไม่สุด แปลว่ามีอุจจาระค้างหรือไม่?

ไม่เสมอไป อาการอาจเกิดจากริดสีดวงที่ยื่น ท้องผูก กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานทำงานไม่สัมพันธ์กัน หรือภาวะลำไส้ตรงยื่น หากเป็นบ่อยหรือเป็นต่อเนื่องควรพบแพทย์

  1. ทำไมเช็ดสะอาดแล้วจึงกลับมามีคราบอีก?

ริดสีดวงที่โตหรือยื่นอาจทำให้ช่องทวารปิดไม่สนิท จึงมีเมือกหรืออุจจาระปริมาณเล็กน้อยค่อย ๆ เล็ดออกมาภายหลังได้

  1. ยิ่งเบ่งให้หมดจะช่วยให้อาการดีขึ้นหรือไม่?

ไม่ควรเบ่งต่อ เพราะการเบ่งเพิ่มแรงดันบริเวณทวาร อาจทำให้ริดสีดวงบวม ยื่น และระคายเคืองมากขึ้น

  1. ใช้สายฉีดล้างทำความสะอาดได้หรือไม่?

ใช้ล้างภายนอกได้โดยใช้แรงดันพอเหมาะ ไม่ฉีดแรงเข้าไปในช่องทวาร และควรซับบริเวณดังกล่าวให้แห้ง หลีกเลี่ยงการถูหรือเช็ดแรง เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคือง

  1. มีเลือดแดงสดหลังถ่าย ต้องเป็นริดสีดวงแน่นอนหรือไม่?

ไม่แน่นอน แม้เลือดแดงสดจะพบได้ในริดสีดวง แต่ยังอาจเกิดจากแผลปริ การอักเสบ ติ่งเนื้อ หรือโรคอื่น โดยเฉพาะคนวัย 45–60+ ที่เพิ่งมีเลือดออกหรือเลือดออกซ้ำ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ

แหล่งอ้างอิง #

  1. National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases: Hemorrhoids, Treatment of Hemorrhoids และ Symptoms & Causes of Fecal Incontinence.
  2. American Society of Colon and Rectal Surgeons: Hemorrhoids Expanded Information, Rectal Prolapse และ Anal Fissure Expanded Information.
  3. National Health Service: Piles (Haemorrhoids).
  4. Lohsiriwat V. Hemorrhoids: From Basic Pathophysiology to Clinical Management. World Journal of Gastroenterology. 2012.