View Categories

เทรนวิ่งมาแรง! รู้มั้ย? การวิ่งช่วยป้องกันริดสีดวงได้

เวลาที่ใช้อ่าน: 1 min read

เลือกอ่าน

ถ้าคุณเคยได้ยินประโยคประมาณว่า “เป็นริดสีดวงอย่าวิ่ง เดี๋ยวมันกำเริบ” จนทำให้กลัวการออกกำลังกาย บทความนี้อยากชวนเปลี่ยนมุมมองใหม่ เพราะจริง ๆ แล้ว “การวิ่ง” โดยเฉพาะวิ่งเบา–ปานกลางอย่างสม่ำเสมอ สามารถเป็นหนึ่งในอาวุธสำคัญในการ “ป้องกัน” ริดสีดวงได้เลย เพียงแค่คุณรู้วิธีวิ่งให้เหมาะกับร่างกาย และจัดการนิสัยเสี่ยงอื่น ๆ ควบคู่กัน

ทำไมการวิ่งถึงช่วยป้องกันริดสีดวงได้ ? #

หัวใจของการป้องกันริดสีดวง คือ ทำให้ลำไส้ทำงานดี ขับถ่ายง่าย ไม่ต้องเบ่งแรง และเลือดไหลเวียนดีไม่คั่งอยู่ที่ก้น ซึ่ง “การวิ่ง” มีส่วนช่วยหลายทางพร้อมกันเลย

  • ช่วยลดความเสี่ยงท้องผูก : งาน systematic review และงานวิจัยใหม่ ๆ พบว่า คนที่มีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางถึงสูง มีความเสี่ยงท้องผูกน้อยลงอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับคนที่แทบไม่ขยับตัวเลย
    การวิ่งเบา ๆ ทำให้การบีบตัวของลำไส้สม่ำเสมอขึ้น อุจจาระเคลื่อนตัวได้ดีขึ้น ลดโอกาสแข็งจนต้องเบ่งแรง
  • กระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดการคั่งของเลือดบริเวณเชิงกราน : การขยับตัวอย่างต่อเนื่องช่วยให้เลือดไหลเวียนกลับจากขาและเชิงกรานไปหัวใจได้ดีขึ้น ลดการคั่งของเลือดในหลอดเลือดดำบริเวณทวาร ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกที่เชื่อมกับการเกิดริดสีดวง
  • ควบคุมน้ำหนัก ลดภาระที่กดทับเชิงกราน : โรคอ้วนและ BMI สูง เป็นปัจจัยเสี่ยงของริดสีดวง การวิ่งอย่างเหมาะสมช่วยเผาผลาญพลังงาน ควบคุมน้ำหนัก ลดแรงกดในช่องท้องและเชิงกราน ทำให้หลอดเลือดดำไม่ถูกกดทับมากเกินไป
  • ช่วยจัดตารางชีวิต ลดเวลานั่งแช่นานๆ : คนที่เริ่มมี “วินัยวิ่ง” มักจะเริ่มระวังเรื่องการนั่งนาน การวางตารางการขยับตัวในแต่ละวัน ซึ่งทางอ้อมช่วยลดพฤติกรรมเสี่ยงแบบ “นั่งแช่ห้องน้ำกดมือถือ” ไปด้วย – พฤติกรรมที่งานวิจัยล่าสุดพบว่าทำให้เสี่ยงริดสีดวงมากขึ้นถึง ~46% เลยทีเดียว

วิ่งแบบไหน…ที่เป็นมิตรลำไส้และทวาร ไม่ใช่ซ้ำเติม? #

ข่าวดีคือ คุณไม่จำเป็นต้องวิ่งเร็วเป็นนักกีฬา วิ่งมาราธอน หรือออกแรงจนหอบแฮ่ก การป้องกันริดสีดวงเน้นที่ “วิ่งเบาถึงปานกลาง แต่สม่ำเสมอ” มากกว่า

1. เลือกความหนักระดับ “วิ่งคุยได้” #

  • เป้าหมายคร่าว ๆ: ระดับเหนื่อยแบบยังพูดเป็นประโยคได้ (moderate intensity)
  • ถ้าชอบดูโซนหัวใจ: ประมาณ โซน 2–3 หรือราว ๆ 60–75% ของชีพจรสูงสุด (คำนวณง่าย ๆ = 220 – อายุ แล้วคูณเปอร์เซ็นต์)

ไอเดียตารางเบื้องต้น #

  • เริ่มจาก เดินเร็ว–จ็อกกิ้ง 30 นาที วันเว้นวัน
  • เมื่อร่างกายเริ่มชิน ค่อยเพิ่มเป็น วิ่งเบา 30–40 นาที สัปดาห์ละ 3–4 วัน

จุดสำคัญคือ “ทำให้ต่อเนื่องยาว ๆ” มากกว่าฮึบไปวิ่งหนักครั้งเดียวแล้วแอบเข็ดไปเป็นเดือน

2. วอร์มอัพ–คูลดาวน์ทุกครั้ง #

ก่อนวิ่ง 5–10 นาที #

  • เดินช้า–เดินเร็ว
  • ขยับสะโพก เข่า ข้อเท้า
  • ยืดกล้ามเนื้อขาและสะโพกแบบ dynamic

หลังวิ่ง 5–10 นาที #

  • เดินให้หัวใจเต้นช้าลง

ยืดกล้ามเนื้อแบบค้าง 15–30 วินาที ช่วยลดอาการตึง ไม่ต้องเกร็งเชิงกรานมากเกินไป

3. หายใจลึก ไม่กลั้นหายใจ #

การกลั้นหายใจเวลาวิ่งหรือออกแรง (คล้ายเวลายกเวตหนัก ๆ) จะเพิ่มแรงดันในช่องท้องและเชิงกราน ทำให้เลือดดำคั่งได้ง่าย
ให้โฟกัสที่ หายใจจังหวะสม่ำเสมอ เช่น หายใจเข้า 3 ก้าว ออก 3 ก้าว แทนการกลั้นหายใจตอนเร่งสปีด

4. อย่าลืม “เดินแทรกในวันทั้งวัน” #

แม้คุณจะวิ่งแล้ววันละ 30 นาที แต่ถ้าเวลาที่เหลือนั่งติดเก้าอี้ 8–10 ชั่วโมงแบบไม่ขยับ ก็ยังเสี่ยงริดสีดวงอยู่ดี เพราะการนั่งนานทำให้เลือดคั่งบริเวณทวารหนักและเชิงกรานได้
ลองตั้งเป้า

  • ลุกเดินหรือยืดตัวทุก ๆ 45–60 นาที
  • ใช้บันไดแทนลิฟต์ในระยะสั้น
  • เดินไปห้องน้ำ/ดื่มน้ำบ่อยขึ้น

ข้อควรระวัง: วิ่งได้–วิ่งไม่ได้ ในคนที่มีปัญหาริดสีดวงอยู่แล้ว #

บทความนี้เน้นเรื่อง “การวิ่งเพื่อป้องกัน” แต่หลายคนอาจกำลังมีริดสีดวงระยะเริ่มต้นแล้ว และอยากรู้ว่ายังวิ่งได้ไหม

โดยหลัก ๆ ถ้าเป็นริดสีดวงไม่รุนแรง ไม่มีอาการปวดมาก หรือเลือดออกเยอะ การวิ่งเบา ๆ มักยังทำได้ แต่ควรระวังดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการวิ่งเร็ว เพราะแรงกระแทกอาจทำให้รู้สึกเจ็บหรือระคายเคืองมากขึ้น
  • ถ้ามีอาการปวดแสบ เจ็บนั่งไม่ได้ หรือมีก้อนบวมมาก ควรพักและพบแพทย์ก่อน
  • งด “ยกของหนักมาก ยกเวตหนักแบบกลั้นหายใจ” เพราะกลุ่มกิจกรรมที่ใช้แรงดันช่องท้องสูง เช่น เวตหนัก บอดี้บิลดิ้ง ขี่ม้า ถูกพบว่ามีความสัมพันธ์กับริดสีดวงมากขึ้นในงานวิจัยบางฉบับ ถ้าคุณมีโรคประจำตัวอื่น เช่น หัวใจ เบาหวาน ความดัน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรมวิ่งเสมอ

วิ่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องจัด “เซตป้องกันริดสีดวง” ให้ครบ #

เพื่อให้การวิ่งช่วยป้องกันริดสีดวงได้เต็มที่ ควรจับคู่กับพฤติกรรมสำคัญอีก 3 เรื่องนี้

1. กินไฟเบอร์ให้ถึง “จริง ๆ” #

หลายแนวทางด้านโภชนาการแนะนำให้ผู้ใหญ่กินไฟเบอร์ประมาณ 25–30 กรัม/วัน เพื่อช่วยลดท้องผูกและทำให้อุจจาระนุ่ม ถ่ายง่ายขึ้น

ตัวอย่างอาหารที่ช่วยได้ เช่น

  • ผักใบเขียว ผักสด–ผักต้ม
  • ผลไม้ทั้งผล (ไม่ปอกเปลือกถ้าเป็นไปได้) เช่น แอปเปิล ลูกแพร์
  • ธัญพืชไม่ขัดสี ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต
  • ถั่วต่าง ๆ เมล็ดเจีย เมล็ดแฟลกซ์

2. ดื่มน้ำพอ เหมาะกับไฟเบอร์และการวิ่ง #

แนวทางส่วนใหญ่แนะนำให้ดื่มน้ำ 6–8 แก้ว/วัน หรือมากกว่านั้นตามเหงื่อและปริมาณการออกกำลังกาย เพื่อให้ไฟเบอร์ทำงานได้ดีและไม่ทำให้อุจจาระแข็งเกินไป

3. ปรับนิสัยเข้าห้องน้ำ #

  • ไม่กลั้นอุจจาระ ถ้า “ปวดแล้วควรไปเลย”
  • หลีกเลี่ยงการนั่งแช่ในห้องน้ำนาน ๆ โดยเฉพาะการนั่งเล่นมือถือ ซึ่งงานวิจัยล่าสุดพบว่าทำให้เวลานั่งส้วมนานขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงริดสีดวงอย่างชัดเจน พยายามจัดเวลาขับถ่ายให้สม่ำเสมอ เช่น หลังอาหารเช้า

สรุป วิ่งให้ถูกโซน ถูกวิธี เพื่อลดโอกาสเจ็บก้นในอนาคต #

ถ้าจะสรุปให้สั้นและจำง่าย การวิ่งเพื่อป้องกันริดสีดวงคือการจัด “สมดุลชีวิตลำไส้” ดังนี้

  • วิ่งเบา–ปานกลางสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 3–5 วัน รวมเวลาอย่างน้อย 150 นาที
  • ระดับเหนื่อยแบบ “คุยเป็นประโยคได้” ไม่ต้องเร่งจนหอบแฮ่ก
  • วอร์มอัพ–คูลดาวน์ หายใจสม่ำเสมอ ไม่กลั้นหายใจขณะออกแรง
  • แทรกการลุกเดิน ยืดตัวระหว่างวัน เพื่อลดการนั่งนาน ๆ
  • กินไฟเบอร์ 25–30 กรัม/วัน ดื่มน้ำ 6–8 แก้ว และไม่เล่นมือถือแช่ในห้องน้ำ
  • ถ้ามีอาการปวดมาก เลือดออก หรือก้อนบวมผิดปกติ ควรพบแพทย์ก่อนปรับโปรแกรมวิ่ง

เมื่อเอาการวิ่งมาจับคู่กับอาหารดี น้ำพอ และนิสัยเข้าห้องน้ำที่ไม่ทรมานตัวเอง คุณจะไม่ได้แค่ได้หัวใจแข็งแรงขึ้น แต่น่าจะได้ “ก้นแฮปปี้ ลำไส้ลื่นไหล” แถมลดโอกาสต้องมานั่งเจ็บฟรีเพราะริดสีดวงในอนาคตอีกด้วย

แหล่งอ้างอิง #

  1. De Marco, S. et al. Lifestyle and Risk Factors in Hemorrhoidal Disease. 2021. PMC
  2. JPTCP. A study on risk factors of haemorrhoidal disease among… 2024. JPTCP
  3. Catherine, C. et al. Lifestyle, Dietary and Demographic Risk Factors of Hemorrhoids. 2024. Ovid
  4. ASCRS Clinical Practice Guidelines for the Management of Hemorrhoids. 2021. smilesnopiles.co.za
  5. Cui, J. et al. Physical activity and constipation: A systematic review. 2024. PMC
  6. Kim, S. J. et al. Diet, Physical Activity, and Chronic Constipation. 2024. PMC+1
  7. Kamareddine, S. et al. An assessment of nutrition and physical activity guidelines for chronic constipation. 2025. ScienceDirect
  8. Rijnaarts, I. et al. A high-fibre personalised dietary advice reduces constipation complaints in adults. 2022. eDepot
  9. Romano, L. et al. Sport practice and hemorrhoidal disease: results from a case–control study. 2025. SpringerLink
  10. Hemorrhoid Institute of Connecticut. Hemorrhoid Risk Factors. Hemorrhoid Institute CT
  11. American Academy of Family Physicians. Chronic Constipation in Adults – Patient Information. AAFP
  12. Cancer Research UK. Diet, fluid and physical activity for constipation. Cancer Research UK
  13. EatingWell / PLOS One study on smartphone use and hemorrhoid risk. EatingWell+1