View Categories

สารอาหารที่ควรกินช่วงน้ำท่วม…เพื่อลดเสี่ยง “ริดสีดวงกำเริบ”

เวลาที่ใช้อ่าน: 3 min read

เลือกอ่าน

ช่วงน้ำท่วม หลายคนไม่ได้เครียดแค่น้ำเข้าบ้าน แต่ลำไส้ก็เหมือนจะประท้วงไปด้วย เข้าห้องน้ำลำบาก ต้องกลั้นอุจจาระ อาหารก็ไม่ค่อยได้เลือก กินแต่ของสำเร็จรูป เค็มจัด มันจัด จนสุดท้าย “ริดสีดวง” ที่เคยเงียบ ๆ ก็กลับมากำเริบ หรือคนที่เคยถ่ายปกติดี ๆ ก็เริ่มท้องผูก เจ็บ เกร็งเวลาถ่ายมากขึ้น

บทความนี้เลยอยากชวนมาดูว่า ในสถานการณ์น้ำท่วม เราจะเลือก “สารอาหาร” ยังไงให้ช่วยป้องกันหรืออย่างน้อยลดโอกาสที่ริดสีดวงจะกำเริบได้ โดยเน้นของที่ “หาได้จริง” ในสถานการณ์ฉุกเฉิน และอิงจากงานวิจัยทางการแพทย์เป็นหลัก

ทำไมช่วงน้ำท่วมถึงเสี่ยงริดสีดวงมากขึ้น? #

ปกติสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ริดสีดวงกำเริบหรือเกิดใหม่ คือ

  • ท้องผูก ต้องเบ่งแรง ๆ นาน ๆ
  • ถ่ายเหลวบ่อย ๆ จนเยื่อบุทวารหนักถูกระคายเคือง
  • นั่งหรือนอนนิ่ง ๆ นาน ขยับตัวน้อย
  • ดื่มน้ำน้อย ขาดใยอาหาร

ซึ่งช่วงน้ำท่วม ดันเจอครบชุด เช่น

  • เข้าห้องน้ำยาก ต้องกลั้นอุจจาระ → ทำให้ก้อนอุจจาระแข็งขึ้น
  • กินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง ข้าวขาว → ใยน้อย เค็มจัด
  • ดื่มน้ำสะอาดน้อย เพราะกลัวไม่พอ หรือหาน้ำสะอาดไม่ได้
  • ขยับตัวน้อย นั่งรอบนเรือ บนที่พักชั่วคราวนาน ๆ

ผลคือ ท้องผูก + เบ่งแรง + น้ำไม่พอ + ใยอาหารต่ำ = สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการที่ริดสีดวงกำเริบมาก ๆ

เพราะฉะนั้น “สารอาหาร” ที่เราควรโฟกัสในช่วงน้ำท่วม จึงมีเป้าหมายหลัก 3 อย่าง

  1. ทำให้อุจจาระนุ่ม ขับถ่ายง่าย ไม่ต้องเบ่งแรง
  2. ช่วยให้ลำไส้เคลื่อนไหวดีขึ้น
  3. สนับสนุนความแข็งแรงของหลอดเลือดและเยื่อบุรอบ ๆ ทวารหนัก

1. ใยอาหาร (Dietary Fiber) – ด่านแรกในการกันท้องผูกและริดสีดวง #

งานวิจัยหลายฉบับพบว่า การเพิ่มใยอาหารช่วยลดอาการเจ็บและเลือดออกจากริดสีดวงได้จริง ทั้งในการศึกษาแบบสุ่มและทบทวนอย่างเป็นระบบ เพราะใยอาหารช่วยเพิ่มปริมาณและความนุ่มของอุจจาระ ทำให้ถ่ายง่าย ไม่ต้องเบ่ง

ใยอาหารแบ่งง่าย ๆ เป็น 2 กลุ่ม

  • ใยอาหารที่ละลายน้ำได้ (soluble fiber)
    ช่วยดูดน้ำ กลายเป็นเจลนุ่ม ๆ ทำให้อุจจาระไม่แข็ง เช่น ข้าวโอ๊ต ผลไม้บางชนิด ถั่ว
  • ใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำ (insoluble fiber)
    เพิ่ม “ก้อน” ให้อุจจาระ ช่วยให้การเคลื่อนไหวของลำไส้เป็นจังหวะ เช่น รำข้าว ผักใบเขียว

แหล่งใยอาหารที่ “หาได้ง่าย” ช่วงน้ำท่วม #

พยายามเลือกของที่เก็บง่าย ไม่เสียง่าย และมักจะมีในถุงยังชีพหรือซูเปอร์ช่วงฉุกเฉิน เช่น

  • กล้วยน้ำว้า – หาง่าย เก็บได้ 1–2 วัน ให้ทั้งใยอาหารและโพแทสเซียม ช่วยให้ลำไส้ทำงานดีขึ้น
  • มะละกอสุก / ฝรั่ง / ส้มเขียวหวาน – ช่วยเพิ่มใยอาหาร + วิตามินซี
  • ข้าวกล้องหรือข้าวผสมธัญพืช (ถ้ามีให้เลือก) – ดีกว่าข้าวขาวล้วนอย่างน้อยก็เพิ่มใยอาหาร
  • ถั่วกระป๋อง (ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วลูกไก่ ฯลฯ) – ล้างน้ำเกลือออกก่อน จะได้ลดโซเดียม
  • ธัญพืช/เมล็ดพืชเล็ก ๆ ที่พกง่าย เช่น งาดำคั่ว เมล็ดแฟลกซ์ เมล็ดเจีย
    (แช่น้ำให้พองก่อน จะช่วยให้ออกฤทธิ์ได้ดีและไม่ระคายลำไส้)

ทิป : ถ้าเพิ่มใยอาหารมากขึ้น ต้องดื่มน้ำให้พอ ไม่อย่างนั้นใยอาหารจะดูดน้ำในลำไส้จนแข็ง ทำให้ท้องผูกกว่าเดิม

2. น้ำและเกลือแร่ – อย่าป้องกันริดสีดวงด้วยการ “ดื่มน้ำน้อย” #

ภาวะขาดน้ำเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของท้องผูก หลายงานวิจัยชี้ว่า การขาดน้ำหรือจำกัดน้ำดื่ม ทำให้การเคลื่อนไหวของลำไส้ช้าลงและเพิ่มโอกาสท้องผูกได้จริง

แต่ปัญหาช่วงน้ำท่วมคือ “น้ำสะอาด” หาได้ยาก จึงต้องวางแผนใช้ให้คุ้มและปลอดภัย

แนวทางดื่มน้ำช่วงน้ำท่วมเพื่อลดเสี่ยงท้องผูก #

  • ถ้าเป็นไปได้ ให้ดื่มน้ำสะอาด 1.5–2 ลิตร/วัน (แล้วแต่โรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ไต – ควรเช็กกับแพทย์)
  • เลือก น้ำดื่มบรรจุขวด / น้ำต้มสุก / น้ำจากเครื่องกรองที่ปลอดภัย
  • หากมีผงเกลือแร่หรือสปอร์ตดริงก์
    • จิบระหว่างวันได้ โดยเฉพาะถ้าต้องอยู่กลางแดดหรือเสียเหงื่อมาก
    • แต่ไม่ควรดื่มหวานจัด เพราะน้ำตาลสูงอาจทำให้ถ่ายเหลวและน้ำตาลในเลือดพุ่ง

หลีกเลี่ยงการดื่มแต่น้ำหวาน น้ำอัดลม ชาเย็น กาแฟเย็นแทนน้ำเปล่า เพราะอาจยิ่งทำให้ปัสสาวะบ่อยและเสียสมดุลน้ำในร่างกาย

3. โปรไบโอติก & พรีไบโอติก – ดูแลจุลินทรีย์ลำไส้ให้ถ่าย “ลื่น” ขึ้น #

แม้จะไม่ได้รักษาริดสีดวงโดยตรง แต่การมี จุลินทรีย์ดี ๆ ในลำไส้ ช่วยให้การขับถ่ายเป็นจังหวะ ลดโอกาสท้องผูกหรือลำไส้แปรปรวน ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นริดสีดวง งานวิเคราะห์รวมหลายการศึกษาชี้ว่า

  • โปรไบโอติกบางสายพันธุ์ช่วย เพิ่มความถี่ของการขับถ่ายและลดเวลาที่อุจจาระค้างในลำไส้ เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม

แหล่งโปรไบโอติกที่เข้าถึงได้ช่วงน้ำท่วม #

  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ (ไม่หวานจัด)
  • นมเปรี้ยว / เครื่องดื่มหมักที่มีจุลินทรีย์มีชีวิต (แต่ควรระวังคนที่ท้องเสียง่าย)
  • ถ้ามีโอกาสพก โปรไบโอติกแบบเม็ดหรือผง ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง

ส่วน พรีไบโอติก คือ “ใยอาหารที่เป็นอาหารของจุลินทรีย์ดี” เช่น

  • กล้วยดิบหรือกล้วยห่าม
  • หัวหอม กระเทียม (ถ้ามีในอาหาร)
  • ธัญพืชไม่ขัดสี

ช่วงน้ำท่วมเราอาจเลือกได้ไม่มาก แต่แค่พยายาม “มีผลไม้ + ใยอาหาร + นมหมัก/โยเกิร์ต” วันละครั้ง ก็ถือว่าช่วยลำไส้ได้พอสมควร

4. วิตามินซี & ฟลาโวนอยด์ – ช่วยดูแลหลอดเลือดรอบทวารหนัก #

ริดสีดวงเกี่ยวข้องกับการโป่งพองของหลอดเลือดดำรอบทวารหนัก เพราะฉะนั้นสารอาหารที่ช่วยดูแลผนังหลอดเลือด ก็มีบทบาททางอ้อมต่อการลดอาการ

กลุ่มที่ถูกพูดถึงบ่อย คือ ฟลาโวนอยด์ในส้ม/มะนาว เช่น diosmin, hesperidin

  • มีรายงานการศึกษาแบบสุ่มที่ใช้ฟลาโวนอยด์ผสม (diosmin, troxerutin, hesperidin) ในผู้ป่วยริดสีดวงเฉียบพลัน พบว่าช่วยลดปวด บวม และเลือดออกได้เร็วขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม

แม้ในชีวิตประจำวันเราจะไม่ได้กินเป็นรูปยา แต่
การทานผลไม้รสเปรี้ยวและผักผลไม้หลากสี ก็ช่วยให้ร่างกายได้รับฟลาโวนอยด์และวิตามินซีที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของหลอดเลือดและเนื้อเยื่อ

แหล่งวิตามินซีและฟลาโวนอยด์ที่หาได้ง่าย #

  • ส้ม มะนาว ส้มโอ
  • ฝรั่ง มะละกอ พริกหวาน ผักใบเขียวเข้ม
  • ถ้ามีโอกาสเสริมเป็นวิตามินซีเม็ด (ในกลุ่มที่ไม่มีข้อห้าม) ก็อาจช่วยได้ แต่ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน

หมายเหตุ: ไม่ได้แปลว่า “กินส้มแล้วริดสีดวงหาย” แต่เป็นการช่วยดูแลพื้นฐานของหลอดเลือดและเนื้อเยื่อร่วมกับการดูแลอื่น ๆ

5. แร่ธาตุบางชนิด: แมกนีเซียม & โพแทสเซียม #

  • แมกนีเซียม ในรูปแบบบางชนิด (เช่น เกลือแร่ที่มีแมกนีเซียม) มีฤทธิ์ช่วยดึงน้ำเข้าในลำไส้ ทำให้อุจจาระนุ่มขึ้น ซึ่งในงานทบทวนเกี่ยวกับภาวะขาดน้ำก็กล่าวถึงบทบาทของน้ำแร่ที่มีแมกนีเซียมซัลเฟตในการช่วยการขับถ่าย
  • โพแทสเซียม ช่วยให้กล้ามเนื้อ (รวมถึงกล้ามเนื้อลำไส้) ทำงานเป็นจังหวะดีขึ้น พบมากในกล้วย น้ำมะพร้าว ผักใบเขียว

อย่างไรก็ตาม ถ้ามีโรคไต หัวใจ เตรียมตัวตั้งครรภ์ หรือกินยาขับปัสสาวะ ควรระวังการเสริมแร่ธาตุเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์

 

6.อะไรที่ควร “ลด” ถ้าไม่อยากให้ริดสีดวงกำเริบหนัก #

ในสถานการณ์น้ำท่วมเราอาจเลี่ยงไม่ได้ 100% แต่อย่างน้อยพยายาม “ลดความถี่” หรือ “ลดปริมาณ”

  1. อาหารเค็มจัด เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปใส่เครื่องทุกซอง ปลาเค็ม ไส้กรอกเค็ม ๆ
    • โซเดียมสูงทำให้ร่างกายเก็บน้ำในเนื้อเยื่อ แต่ไม่ได้ช่วยเพิ่มน้ำในลำไส้
  2. อาหารมันจัด ของทอด – ทำให้ลำไส้ทำงานหนัก บางคนอาจถ่ายเหลว ตามด้วยระคายเคืองรอบทวารหนัก
  3. หวานจัด – น้ำอัดลม น้ำหวาน ชานม น้ำตาลสูงอาจทำให้ถ่ายเหลวในบางคน แล้วเกิดการระคายเคือง
  4. การกลั้นอุจจาระเป็นนิสัย – เพราะกลัวห้องน้ำไม่สะอาดหรือไม่สะดวก จนก้อนอุจจาระแข็ง เบ่งยาก
  5. การนั่งหรือนอนเฉย ๆ นานเกินไป – ลองเปลี่ยนอิริยาบถ เดินเหยียบย่ำ ยืดตัวเบา ๆ ทุก ๆ 1–2 ชั่วโมง ถ้าพื้นที่เอื้อ

     

สำหรับรสจัด ๆ เช่น เผ็ด เปรี้ยว

  • ไม่ได้มีหลักฐานว่าทำให้ “เกิด” ริดสีดวงโดยตรง

แต่ในคนที่มีริดสีดวงอยู่แล้ว อาหารเผ็ดหรือเปรี้ยวจัดบางคนจะรู้สึกแสบ ขณะถ่ายหรือหลังถ่ายได้ง่าย
จึงอาจต้องสังเกตตัวเองและลดระดับตามอาการ

7. ทริคเสริม: ไม่ใช่แค่ “กินอะไร” แต่ “จัดจังหวะชีวิต” ยังไง #

แม้จะโฟกัสเรื่องอาหาร แต่สิ่งเหล่านี้สำคัญไม่แพ้กัน

  • พยายามถ่ายเวลาเดิมทุกวัน
    เช่น หลังอาหารเช้า เมื่อมีแรงกดจากลำไส้ใหญ่ตามธรรมชาติ
  • ได้ปวดแล้วอย่าฝืนกลั้น ถ้าเห็นว่าห้องน้ำพอใช้ได้
  • จัดพื้นที่ถ่ายให้รู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลายที่สุดเท่าที่ทำได้
  • หมั่นขยับตัว แม้จะเป็นแค่ยืดเหยียด แขน ขา หมุนตัวบนที่นั่ง
  • ถ้ามีอาการ เลือดสดออกทางทวารหนัก ปวดตุบ ๆ หรือติ่งเนื้อโผล่และปวดมาก ควรหาทางพบแพทย์เมื่อมีโอกาส ไม่ควรคิดว่าเป็นแค่ริดสีดวงเสมอไป เพราะอาจมีโรคอื่นซ่อนอยู่ได้

สรุป #

ช่วงน้ำท่วมเราอาจเลือกอาหารได้น้อยกว่าปกติ แต่ยังสามารถ “วางหมากเรื่องสารอาหาร” เพื่อช่วยลดโอกาสริดสีดวงกำเริบได้ โดยเน้น 4 แกนหลัก

  1. ใยอาหาร + น้ำให้พอ → อุจจาระนุ่ม ถ่ายง่าย ไม่ต้องเบ่ง

  2. โปรไบโอติก + พรีไบโอติก → ช่วยให้ลำไส้เคลื่อนไหวเป็นจังหวะ ลดท้องผูก

  3. วิตามินซีและฟลาโวนอยด์จากผักผลไม้ → สนับสนุนความแข็งแรงของหลอดเลือด

  4. ลดอาหารเค็มจัด มันจัด หวานจัด และหลีกเลี่ยงการกลั้นอุจจาระ

การดูแลเรื่องอาหารในสถานการณ์วิกฤต ไม่ได้ช่วยแค่ลดเสี่ยงริดสีดวงเท่านั้น แต่ยังช่วยรักษาพลังงาน ภูมิคุ้มกัน และกำลังใจให้เราผ่านช่วงน้ำท่วมไปได้แบบเจ็บตัวน้อยที่สุด เท่าที่จะทำได้

แหล่งอ้างอิง  #

  1. Alonso-Coello P, et al. Fiber for the treatment of hemorrhoids complications: a systematic review and meta-analysis. Am J Gastroenterol. 2006.PubMed
  2. Moesgaard F, et al. High-fiber diet reduces bleeding and pain in patients with hemorrhoids: a double-blind trial of Vi-Siblin. Dis Colon Rectum. 1982.PubMed
  3. Arnaud MJ. Mild dehydration: a risk factor of constipation? Eur J Clin Nutr. 2003.PubMed
  4. Liska D, et al. Narrative Review of Hydration and Selected Health Outcomes. Nutrients. 2019.MDPI
  5. Dimidi E, et al. The effect of probiotics on functional constipation in adults: a systematic review and meta-analysis. Am J Clin Nutr. 2014.ScienceDirect
  6. Mora NG, et al. Effectiveness of Probiotics in Patients With Constipation: A Meta-Analysis. 2024.PMC
  7. Giannini I, et al. Flavonoids mixture (diosmin, troxerutin, hesperidin) in the treatment of acute hemorrhoidal disease. Tech Coloproctol. 2015.PubMed+1
  8. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข. เอกสารความรู้เรื่องยา Antihaemorrhoidal preparations ชนิดรับประทาน และผลิตภัณฑ์ฟลาโวนอยด์สำหรับริดสีดวงทวาร.