View Categories

เป็นริดสีดวงแล้ว…หายแล้ว! ทำไมถึงกลับมาเป็นอีก?

เวลาที่ใช้อ่าน: 1 min read

เลือกอ่าน

หลายคนที่เคยประสบกับ ริดสีดวงทวาร (Hemorrhoids) แล้ว “หายดี” หรืออาการทุเลาลงชั่วคราว มักมีคำถามว่า “แล้วทำไมถึงกลับมาเป็นอีก?” ซึ่งคำตอบไม่ได้อยู่ที่คำว่า “รักษาแล้วไม่หาย” เสมอไป แต่ส่วนใหญ่คือ “ปัจจัยที่ก่อให้เกิดถูกปล่อยไว้” หรือ “พื้นฐานร่างกายยังไม่สมดุล” ตามแนวทางแพทย์แผนจีน และสอดคล้องกับหลักทางการแพทย์สมัยใหม่

ทำไมริดสีดวง “หายแล้ว” แต่กลับมาอีก? #

1.ริดสีดวงไม่ใช่โรคเดียวแบบวายชนม์ ที่ “รักษาแล้วจบ” #

ในทางการแพทย์ แม้ว่าแพทย์จะทำการรักษา เช่น ผ่าตัดริดสีดวง (hemorrhoidectomy) หรือใช้วิธีอื่นๆ แล้ว แต่มีข้อมูลที่แสดงว่า สามารถกลับมาเป็นได้อีก พบว่าอัตราการกลับมาเป็นซ้ำหลังการรักษาอยู่ในช่วง 0 – 56.5% ดังนั้น แม้จะ “หายดี” ตามอาการ แต่สาเหตุพื้นฐานยังไม่ถูกจัดการหรือส่งผลต่อเนื้อเยื่อบริเวณนั้น ทำให้โอกาสกลับมาใหม่มีอยู่จริง

2. โครงสร้างของหลอดเลือดและเนื้อเยื่อในบริเวณทวารหนักยังมี “รอยแผล” หรือ “ความบอบช้ำ” #

ในแนวแพทย์แผนจีน อวัยวะในช่องท้องรวมถึงลำไส้ใหญ่ มีบทบาทร่วมกับระบบพลัง (氣) และเลือด (血) หากมีการอุดกั้น การขับถ่ายไม่ราบรื่น หรือมีการเกร็ง/เบ่งนาน ก็จัดว่าเป็น “ลม-ชื้น (風 濕)” หรือ “เลือดคั่ง (瘀血)” ซึ่งส่งผลให้หลอดเลือดบริเวณทวารหนักอ่อนแอหรือบวมได้ ในทางการแพทย์สมัยใหม่ การที่เนื้อเยื่อรอบหลอดเลือดได้รับบาดเจ็บจากการเบ่งหนัก นาน หรือมีการอักเสบซ้ำ ทำให้หลอดเลือดขยายตัวซ้ำได้ง่ายขึ้น ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมริดสีดวงถึงกลับมาอีก

3.ปัจจัยกดทับหรือกดดันบริเวณหลอดเลือดทวารหนักยังคงมีอยู่ #

  • ยืนหรือนั่งนาน : การนั่งอยู่กับที่นานโดยเฉพาะบนโถส้วมหรือบนเก้าอี้แข็ง ทำให้บริเวณทวารหนักได้รับแรงกดทับและการไหลเวียนเลือดลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของการกลับมาเป็นริดสีดวงอีกครั้ง
  • เบ่งนาน/ท้องผูก/ท้องเสียซ้ำ : ในแนวแพทย์แผนจีน ถือว่าเป็น “อุดกั้นลม-ชื้น” หรือ “เลือดหมุนเวียนไม่ดี” ซึ่งส่งผลให้หลอดเลือดทวารเกิดการคั่งได้เร็ว และในทางการแพทย์สมัยใหม่ การเบ่งนานหรือท้องเสีย จะส่งแรงดันต่อหลอดเลือดทวารหนัก จนเกิดการขยายได้อีก
  • ยกของหนัก / ออกแรงมาก : ทำให้แรงดันช่องท้องเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เส้นเลือดทวารหนักบวมได้ง่ายขึ้นและกลับมาอีกครั้งได้
  • น้ำหนักตัวเกิน / อ้วน : มีผลให้การไหลเวียนเลือดบริเวณทวารหนักไม่ดี และแรงกดทับช่องท้องเพิ่มขึ้น จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้ริดสีดวงกลับมาได้ง่าย 

4. การรักษาหรือการดูแลหลังการรักษาไม่มีการปรับพฤติกรรม #

แม้จะมีการรักษาดีแล้ว แต่หากผู้ป่วยไม่ปรับพฤติกรรม เช่น ไม่ทานไฟเบอร์เพิ่ม ดื่มน้ำน้อย นั่งโถนาน เบ่งหนัก หรือไม่มีการออกกำลังกาย จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะกลับมาเป็นซ้ำ 

5. เนื้อเยื่อหลอดเลือดหรือช่องทวารหนักมีความเสียหาย/เสื่อมตามวัย #

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น หรือมีประวัติของความเสี่ยงที่จะเกิดโรค แรงกดท้องมาก / ตั้งครรภ์ / เบ่งหนักหลายครั้ง ทำให้ “ผนังหลอดเลือด” บริเวณทวารหนักอ่อนแอ ยืด หย่อนได้ง่าย ส่งผลให้โอกาสกลับมาเป็นริดสีดวงสูงขึ้น 

จากมุมแพทย์แผนจีน: ทำไม “กลับมาอีก” จากภายใน #

ในศาสตร์แพทย์แผนจีน เรามองว่า ริดสีดวง คืออาการของเลือดและพลัง (氣) ที่ไม่ปรกติในบริเวณลำไส้ใหญ่ ลำไส้ตรง และช่องทวารหนัก โดยจะแบ่งเป็นกลุ่มหลักดังนี้:

กลุ่ม 1 – “ลม ชื้น (風 濕) – ชี่ไม่ยก” #

  • พฤติกรรม : นั่งนาน / อยู่ในที่อับชื้น / มีก๊าซ กดท้อง
  • ผล : ทำให้พลัง ชี่ ไม่ยก เลือดไม่หมุนเวียนดี เกิดการบวมหรือโป่งของหลอดเลือด
  • สังเกต : ริดสีดวง ที่มีอาการคัน บวม ตุ่ม หรือมีน้ำ (มูก) ร่วมด้วย

กลุ่ม 2 – “ชี่หย่อน 氣虛” / “ลม ชื้น และเลือดคั่ง 瘀血” #

  • พฤติกรรม : เบ่งนาน ท้องผูกซ้ำ ตั้งครรภ์ นั่งโถนาน
  • ผล : หลอดเลือดอ่อนแอ พนังหลอดเลือดไม่หยุ่น เส้นเลือดโป่ง เลือดคั่ง
  • สังเกต : ริดสีดวง ที่มีเลือดสด หรือฝอยเลือด มีเนื้อยื่นออกมา / อาการหนักขึ้นเวลาเบ่ง

กลุ่ม 3 – “เสื่อมของหยิน / หยางในช่องท้อง” (老化) #

  • พฤติกรรม : อายุเพิ่มขึ้น / มีประวัติตั้งครรภ์หลายครั้ง / แรงดันช่องท้องซ้ำ
  • ผล : เนื้อเยื่อรองรับหลอดเลือดอ่อนแอ หลอดเลือดโป่งง่าย
  • สังเกต : ริดสีดวง ที่มักเป็นซ้ำเฉพาะตอนมีเบ่งหนัก หรือมีน้ำหนักตัวเพิ่ม

เมื่อเข้าใจในแง่นี้ “หายดี” หมายถึงอาการทุเลา – แต่ถ้าเราไม่ฟื้นฟู “พลัง ชี่” “เลือด” และ “ระบบรองรับหลอดเลือด” ให้กลับมาแข็งแรงอย่างยั่งยืน โอกาสกลับมาเป็นอีกจึงมีสูง

วิธีป้องกันไม่ให้ริดสีดวงกลับมา (แพทย์สมัยใหม่ + แพทย์จีน) #

1. ปรับพฤติกรรมการขับถ่าย #

  • รับประทานอาหารที่มี ไฟเบอร์ สูง (ผัก ผลไม้ – อย่างน้อย 25–30 กรัม/วัน) เพื่อให้การขับถ่ายราบรื่น ลดการเบ่งหนัก
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ (อย่างน้อย 1.5–2 ลิตร/วัน) และหลีกเลี่ยงนั่งโถนานเกิน 10–15 นาที
  • เมื่อมีอุจจาระอยากออก ควรดำเนินการทันที อย่าผัด / อย่านั่งรอนานๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเบ่งหนัก
  • หลีกเลี่ยงการเบ่งหนักหรือใช้แรงมากขณะถ่ายอุจจาระ

2. ลดแรงกดช่องท้องและหลอดเลือดทวารหนัก #

  • หลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนอยู่กับที่นานๆ โดยเฉพาะบนโถสุขภัณฑ์หรือเก้าอี้แข็ง
  • หลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือออกแรงมากจนเกินไป
  • ออกกำลังกายเบาๆ อย่างเดินเร็ว หรือยืดเหยียด ช่วยให้การหมุนเวียนเลือดบริเวณช่องท้องดีขึ้น
  • สำหรับแพทย์แผนจีน แนะนำให้ “เปิดพลังชี่” และ “กระตุ้นเลือด” เช่น การเดินเบาๆ นวดเบาๆ คลายเกร็งช่องท้อง

3. เสริมสร้างสุขภาพหลอดเลือดและเนื้อเยื่อรองรับ #

  • รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยระบบเลือด เช่น ผักใบเขียว ธัญพืช ผลไม้สีสด
  • หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เผ็ดจัด หรือแอลกอฮอล์มากจนเกินไป ซึ่งอาจทำให้หลอดเลือดอักเสบง่าย ในมุมจีนจัดว่าเป็น “ไฟในลำไส้”
  • อาจเสริมด้วยวิธีธรรมชาติ เช่น การนั่งอาบน้ำอุ่น (sitz bath) ประมาณ 10–15 นาที 2–3 ครั้ง/วัน เพื่อช่วยลดอาการบวม และช่วยการไหลเวียนเลือด

4. เมื่อมีอาการกลับมา: อย่ารอช้าไปพบแพทย์ #

  • หากอาการกลับมา เช่น เลือดสด บ่อย ก้อนโป่งนาน หรือตื้อ ควรพบแพทย์เฉพาะทางผู้เชี่ยวชาญ (Colorectal Surgeon)
  • รู้ไว้ว่าแม้การรักษาหลายวิธีจะช่วยได้ แต่การรักษาตามอาการอย่างเดียวไม่พอ ต้องจัดการกับสาเหตุ ในบางกรณี การรักษาด้วยวิธีผ่าตัดหรือเจาะ/ผูกหลอดเลือดริดสีดวง หรือการรักษาเฉพาะ (เช่น rubber band ligation) อาจมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำหากพฤติกรรมไม่เปลี่ยน

5. แนวทางเฉพาะจากแพทย์แผนจีน #

  • ใช้สมุนไพรช่วย “ขับชี่ กระตุ้นเลือด” เช่น ดอกหงอนไก่ (Flos Lonicerae) / เห็ดหลินจือ (Ganoderma) / โกฐหอย (ราก) (ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน)
  • ฝึก ‘การหายใจลงท้อง’ (腹式) เพื่อส่งเสริมชี่ในช่องท้อง และลดแรงกดในช่องท้อง
  • ปรับท่านั่ง/ท่าเคลื่อนไหวให้ช่องท้องไม่ถูกกดทับเป็นเวลานาน เช่น นั่งหลังตรง วางเท้าราบ หลีกเลี่ยงก้มยาว ๆ

 

สรุป “หายแล้ว” ไม่หมายถึง “ไม่มีโอกาสเป็นอีก” #

เมื่อเราเข้าใจว่า ริดสีดวง คือผลจาก แรงกด/การเบ่ง/ระบบหลอดเลือดที่อ่อนแอ/พฤติกรรมการขับถ่ายที่ผิดปกติ และมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของ “สมดุลของพลัง ชี่และเลือด” ตามแนวแพทย์แผนจีน เราก็จะเข้าใจว่าแม้จะหายดี แต่หากเราไม่เปลี่ยนแปลงปัจจัยกระตุ้น หรือไม่ฟื้นฟูโครงสร้างหลอดเลือดและเนื้อเยื่อรองรับให้แข็งแรง อาการก็มีโอกาสกลับมาได้

ดังนั้น หากคุณเคยเป็นริดสีดวงแล้วหาย และอยากลดโอกาสกลับมาเป็นอีกครั้ง ขอให้ถือไว้ว่า “การรักษา” เป็นเพียงแค่ก้าวแรก – สิ่งที่สำคัญคือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และ การดูแลร่างกายอย่างครบองค์รวม ทั้ง กาย ใจ และ กระบวนการขับถ่าย ตามแนวแพทย์แผนจีน

แหล่งอ้างอิง

  • Recurrence rates and pharmacological treatment for hemorrhoidal disease. (2023) PMC.
  • Hemorrhoids – symptoms and causes. Mayo Clinic.
  • “When Hemorrhoids Keep Coming Back” – GastroConsa.
  • Understanding and treating recurring hemorrhoids. Heritage Surgical Group.
  • After hemorrhoid surgery, is there a possibility of recurrence? (2022) Vinh Medical.
  • Hemorrhoids: What to do about them. Harvard Health Publishing. 
  • Hemorrhoids – diagnosis and treatment. Mayo Clinic.