View Categories

ริดสีดวง “แตก” คืออะไร? เกิดจากอะไร?!

เวลาที่ใช้อ่าน: 2 min read

คำว่า “ริดสีดวงแตก” เป็นคำที่คนไข้พูดกันบ่อยมาก แต่ในทางการแพทย์ ไม่ได้มีคำวินิจฉัยตรงตัวว่า “แตก” แบบลูกโป่งแตก สิ่งที่คนส่วนใหญ่มักหมายถึงจริง ๆ จะเข้ากับ 2–3 สถานการณ์นี้มากกว่า

  1. ริดสีดวงมีเลือดออกกะทันหัน (มักเป็นริดสีดวง “ภายใน”)
  2. ริดสีดวงภายนอกเป็นลิ่มเลือด (thrombosed) แล้วผิวถลอก/เป็นแผลจนเลือดซึม บางคนรู้สึกว่า “เหมือนมันแตกแล้วเลือดออก”
  3. ก้อนริดสีดวงบวมมาก เสียดสีจนถลอก ทำให้แสบ เจ็บ และมีเลือด

 

ริดสีดวงแตก” ในมุมคนไข้ = มักหมายถึงอะไร? #

อาการคลาสสิกคือ เลือดสีแดงสดติดกระดาษทิชชู่หรือหยดลงโถ หลังถ่าย หรือเลอะกางเกงในเล็กน้อย ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ คือ ผิวเยื่อบุริดสีดวงถลอกจากแรงเสียดสีของอุจจาระแข็ง หรือจากการเบ่ง

จุดสำคัญ : เลือดออกทางทวารมีหลายสาเหตุ ไม่ควร “ฟันธงว่าเป็นริดสีดวง” เสมอ โดยเฉพาะถ้ามีอาการร่วมแปลก ๆ หรือเป็นซ้ำบ่อย 

ริดสีดวงภายนอกเป็นลิ่มเลือดแล้วผิว “เป็นแผล” จนเลือดซึม กรณีนี้มักเริ่มจาก ปวดมาก บวมตึง เป็นก้อนม่วง ๆ (ลิ่มเลือดในก้อนริดสีดวงภายนอก) ต่อมา ผิวด้านบนอาจถูกกด ทำให้มีเลือดออกได้ และบางคนรู้สึกว่า “เหมือนมันแตกแล้ว” ที่น่าสนใจคือในบางเคส พอมีเลือดออก ความปวดอาจค่อย ๆ ดีขึ้น เพราะความดันในก้อนลดลง (แต่ไม่ได้แปลว่า “ปลอดภัยแล้ว” นะ ยังต้องดูปริมาณเลือดและอาการอื่น ๆ)

ก้อนริดสีดวงยื่น และเสียดสีจนถลอก #

ถ้าริดสีดวง “โผล่” บ่อย ๆ หรือยื่นออกมาแล้วเสียดสีกับผิวหนังหรือกางเกงใน อาจทำให้ แสบ คัน ระคายเคือง และมีเลือดซึม ได้ 

แล้วมัน “เกิดจากอะไร” กันแน่? #

สรุปให้เห็นภาพง่าย ๆ: “แตก/เลือดออก” มักมาจาก แรงดัน + การเสียดสี + ความเปราะบางของหลอดเลือดบริเวณนั้น ปัจจัยกระตุ้นยอดฮิต ได้แก่

  1. ท้องผูก อุจจาระแข็ง เบ่งนาน → เสียดสีและเพิ่มแรงดันในหลอดเลือด
  2. ท้องเสีย ถ่ายบ่อย → ระคายเคืองและอักเสบ เพิ่มโอกาสเลือดออก (รวมถึงทำให้ “เบ่ง” บ่อยโดยไม่รู้ตัว)
  3. นั่งห้องน้ำนาน/นั่งนานทั้งวัน → แรงกดทับเพิ่ม ทำให้หลอดเลือดคั่งง่าย
  4. ยกของหนัก ออกแรงเบ่งตอนยก → เพิ่มความดันในช่องท้อง คล้ายการเบ่งถ่าย
  5. ตั้งครรภ์/น้ำหนักตัวเพิ่ม → แรงดันในอุ้งเชิงกรานมากขึ้
  6. พฤติกรรมการเช็ดแรง หรือใช้กระดาษหยาบ/แอลกอฮอล์เช็ดบ่อย → ผิวถลอกง่าย เลือดซึมง่าย

 

อันตรายไหม? เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์ #

ส่วนใหญ่เลือดออกจากริดสีดวง มักหยุดเอง แต่ต้องมี “เส้นแบ่ง” ที่ชัดเจนว่าเมื่อไหร่ควรพบแพทย์

ควรไปพบแพทย์ ถ้ามีอย่างใดอย่างหนึ่ง:

  • เลือดออก มาก หรือออกต่อเนื่องไม่หยุด
  • มีอาการ หน้ามืด เวียนหัว ใจสั่น เป็นลม (สัญญาณเสียเลือด)
  • ปวดมากผิดปกติ ก้อนบวมเร็ว หรือสงสัยลิ่มเลือด
  • มีการเปลี่ยนแปลงการขับถ่ายชัดเจน น้ำหนักลด ถ่ายเป็นมูกเลือดบ่อย หรืออุจจาระเปลี่ยนสี/รูปแบบผิดไปจากเดิม    (ไม่ควรเหมารวมว่าเป็นริดสีดวง)
  • เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีเลือดออกทางทวาร และคุณอายุเริ่มมากขึ้น/มีปัจจัยเสี่ยงอื่น ยิ่งควรประเมินให้ชัวร์

ถ้าสงสัยว่าริดสีดวง “แตก” ดูแลเบื้องต้นยังไง? #

เป้าหมายคือ “หยุดเลือด ลดบวม ลดการระคายเคือง และทำให้อุจจาระนิ่ม”

ทำได้ทันที (แบบบ้าน ๆ แต่ปลอดภัย):

  1. หยุดเบ่ง/อย่านั่งห้องน้ำนาน (ยิ่งเบ่งยิ่งออก)
  2. ล้างด้วยน้ำสะอาด ซับแห้งเบา ๆ หลีกเลี่ยงการถูแรง
  3. แช่น้ำอุ่น (sitz bath) 10–15 นาที ช่วยลดปวด/เกร็งได้ในหลายคน (อุ่นพอดี ไม่ร้อนจนเกินไป)
  4. ประคบเย็นด้านนอกสั้น ๆ (กรณีบวมเจ็บ โดยเฉพาะเริ่มเป็นลิ่มเลือด)
  5. เพิ่มใยอาหาร + ดื่มน้ำ เพื่อให้อุจจาระนิ่ม ลดการเสียดสีและการเบ่ง
  6. ถ้าเลือดออกเล็กน้อย: สังเกตอาการและหลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือนั่งนานในช่วง 1–2 วัน

 

ป้องกันไว้ดีกว่า วิธีลดโอกาส “แตกและเลือดออก” ซ้ำ #

  • ตั้งเป้าให้อุจจาระ “นิ่มและออกง่าย” ด้วย ไฟเบอร์ + น้ำ
  • ไม่เบ่ง ไม่กลั้นนาน
  • ลดพฤติกรรม “นั่งชิลในห้องน้ำ”
  • ขยับตัวระหว่างวัน ถ้าทำงานแล้วนั่งนานๆ
  • ถ้ามีท้องผูก/ท้องเสียเรื้อรัง แก้ที่ต้นเหตุ เพราะเป็นตัวจุดชนวนชั้นดี

สรุปสั้น ๆ #

“ริดสีดวงแตก” ส่วนใหญ่หมายถึง ริดสีดวงมีเลือดออก หรือ ริดสีดวงภายนอกที่มีลิ่มเลือดแล้วผิวถลอก/เป็นแผลจนเลือดซึม ไม่ใช่ “แตกกระจาย” แบบอวัยวะฉีก แต่ก็ไม่ควรชะล่าใจ โดยเฉพาะถ้าเลือดออกมาก ปวดมาก หน้ามืด หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรไปพบแพทย์

ถาม–ตอบ  #

Q1: ริดสีดวง “แตก” คืออะไรแน่?

A: ส่วนใหญ่หมายถึง ริดสีดวงมีเลือดออก หรือ ก้อนริดสีดวงถลอก/เป็นแผลจนเลือดซึม ไม่ใช่แตกแบบลูกโป่งแตก

Q2: ทำไมถึง “แตก” หรือเลือดออกได้?

A: เพราะ อุจจาระแข็ง + เบ่งแรง/เบ่งนาน ทำให้ผิวก้อนริดสีดวงถลอก หรือหลอดเลือดเปราะแตกง่าย

Q3: ดูแลเบื้องต้นยังไงเมื่อมีเลือดออก?

A: หยุดเบ่ง, ล้างน้ำสะอาดซับเบา ๆ, แช่น้ำอุ่น (sitz bath), เพิ่มน้ำและไฟเบอร์ให้อุจจาระนิ่ม เพื่อลดเสียดสี

Q4: ป้องกันไม่ให้ “แตก/เลือดออก” ซ้ำได้ยังไง?

A: เน้น 3 ข้อ: ถ่ายให้นิ่ม (น้ำ+ไฟเบอร์), ไม่เบ่ง/ไม่นั่งนาน, ลดพฤติกรรมนั่งนานทั้งวันและขยับร่างกายสม่ำเสมอ

แหล่งอ้างอิง #

  • Mayo Clinic. Hemorrhoids – Symptoms and causes. Mayo Clinic
  • Mayo Clinic Health System. Anorectal disorders – When to talk to your doctor (rectal bleeding warning). Mayo Clinic Health System
  • Mayo Clinic. Rectal bleeding – Causes. Mayo Clinic
  • Cleveland Clinic. Hemorrhoids / Thrombosed hemorrhoids – Symptoms, causes & treatment. Cleveland Clinic+1
  • NHS. Piles (haemorrhoids). nhs.uk
  • Merck Manual Professional. Hemorrhoids (anorectal disorders): thrombosis/ulceration/bleeding & evaluation. Merck Manuals+1
  • Khan A, et al. Management of Acute Hemorrhoidal Crisis: Evaluation, Treatment, and Special Considerations. (2023, PMC)