ถ่ายทุกวันไม่ได้แปลว่าระบบขับถ่ายดีเสมอไป เพราะบางคนถ่ายทุกเช้า แต่ต้องนั่งเบ่งจนหน้าแดง อุจจาระแข็ง หรือนั่งอยู่ในห้องน้ำครั้งละ 20 นาที พฤติกรรมเหล่านี้อาจเพิ่มแรงกดบริเวณทวารหนัก และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดหรือกำเริบของริดสีดวงได้ การขับถ่ายที่ดีควรดูด้วยว่าอุจจาระนุ่มหรือไม่ ออกง่ายแค่ไหน ต้องเบ่งหรือเปล่า และหลังถ่ายรู้สึกโล่งหรือยัง
เป้าหมายของการขับถ่ายให้ลื่น คือ อุจจาระนุ่มเป็นแท่ง ผิวค่อนข้างเรียบ เคลื่อนออกง่าย ไม่ต้องเบ่ง และไม่ใช้เวลานานเกินความจำเป็น ซึ่งการกินอาหารที่มีใยอาหารเพียงพอ ร่วมกับการได้รับของเหลวอย่างเหมาะสม มีส่วนทำให้อุจจาระนุ่มและขับถ่ายง่ายขึ้นได้
ลักษณะอุจจาระที่สุขภาพดี เป็นแบบไหน #
อุจจาระที่ขับถ่ายง่ายควรมีลักษณะเป็นแท่งยาว เนื้อนุ่ม ผิวเรียบหรือมีรอยแตกเพียงเล็กน้อย ไม่แห้งแข็งหรือไม่เหลวจนเป็นน้ำและควรสังเกตความรู้สึกขณะขับถ่ายร่วมด้วย ได้แก่ ขับถ่ายโดยไม่ต้องเบ่งแรง ไม่รู้สึกเจ็บหรือแสบระหว่างถ่าย ใช้เวลาในห้องน้ำไม่นาน หลังถ่ายรู้สึกโล่ง ไม่รู้สึกว่ามีอุจจาระค้าง
ส่วนอาการท้องผูกไม่ได้หมายถึงการไม่ถ่ายหลายวันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอุจจาระแข็ง แห้ง เป็นก้อน ถ่ายลำบาก ถ่ายแล้วเจ็บ หรือรู้สึกว่าถ่ายออกไม่หมดได้ด้วย ดังนั้น แม้จะถ่ายทุกวัน แต่ถ้าต้องเบ่งมาก ก็ยังอาจมีปัญหาท้องผูกได้
1. เพิ่มใยอาหารให้กับร่างกาย #
สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือ ในแต่ละวันเราได้รับใยอาหารที่เพียงพอแล้วหรือยัง ใยอาหารจะช่วยเพิ่มปริมาตรและช่วยกักเก็บน้ำไว้ในอุจจาระ ทำให้อุจจาระนุ่มและเคลื่อนผ่านลำไส้ได้สะดวกขึ้น ซึ่งผู้ใหญ่ควรได้รับใยอาหารประมาณ 22–34 กรัมต่อวัน ขึ้นอยู่กับอายุและเพศ ซึ่งอาหารที่เป็นแหล่งใยอาหาร ได้แก่ ข้าวกล้อง ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วลูกไก่ ผักใบเขียว แครอต บรอกโคลี ฟักทอง ฝรั่ง แอปเปิล ส้ม
แต่ไม่ควรเพิ่ม Fiber ปริมาณมากทันที เพราะระบบทางเดินอาหารอาจยังปรับตัวไม่ทัน จนเกิดอาการท้องอืด แน่นท้อง ปวดบิด หรือผายลมมากขึ้น ควรเพิ่มทีละเล็กน้อยและสังเกตการตอบสนองของร่างกาย
2. ดื่มน้ำอย่างเหมาะสม #
เพราะน้ำเปล่า สามารถช่วยให้ Fiber ทำงานได้ดีขึ้น และช่วยให้อุจจาระนุ่มผ่านง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำที่เหมาะสมไม่ได้เท่ากันทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว สุขภาพหรือกิจกรรมที่ทำ วิธีการกระจายการดื่มตลอดวัน เช่น ดื่มหลังตื่นนอน จิบน้ำระหว่างทำงาน ดื่มพร้อมอาหาร และดื่มเพิ่มเมื่อออกกำลังกายหรืออยู่ในอากาศร้อน
3. เลือกผลไม้สดมากกว่าน้ำผลไม้ #
ผลไม้สดมีใยอาหารจากเนื้อและเปลือกมากกว่าน้ำผลไม้ที่ผ่านการคั้นหรือกรองกากออก โดยเฉพาะผลไม้ที่กินเปลือกได้ เช่น แอปเปิลและฝรั่ง อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องกินผลไม้จำนวนมากในมื้อเดียว เพราะผลไม้บางชนิดอาจทำให้บางคนท้องอืดหรือถ่ายเหลวได้ ควรเริ่มจากปริมาณพอดีและดูว่าร่างกายตอบสนองอย่างไร
4. อย่าดื่มกาเฟอีนมากจนเกินไป #
หลายคนที่ชอบดื่มกาแฟเพื่อกระตุ้นการถ่าย ซึ่งอาจได้ผลในบางคน แต่ไม่ควรใช้กาแฟเข้ม ๆ เป็นวิธีหลักในการแก้ท้องผูก เพราะอีกหนึ่งปัจจัยในการเกิดริดสีดวงก็คือการที่ถ่ายเหลวหรือถ่ายบ่อยได้เช่นกัน
5. เลิกนั่งเล่นโทรศัพท์ในห้องน้ำ #
เพราะต่อให้กินผักครบและดื่มน้ำเพียงพอ แต่ยังนั่งเลื่อนโทรศัพท์บนชักโครกครั้งละ 20–30 นาที เมื่อรู้สึกปวดถ่ายควรเข้าห้องน้ำ ไม่ควรกลั้น แต่หากนั่งแล้วอุจจาระยังไม่ออก ไม่ควรฝืนเบ่งต่อเนื่อง ควรลุกออกมาและรอให้ร่างกายส่งสัญญาณอีกครั้ง
FAQ คำถามที่พบบ่อย #
ต้องถ่ายทุกวันจึงจะถือว่าปกติหรือไม่? #
ไม่จำเป็น รูปแบบการขับถ่ายของแต่ละคนแตกต่างกัน บางคนถ่ายวันละครั้ง ขณะที่บางคนอาจไม่ได้ถ่ายทุกวัน สิ่งสำคัญคืออุจจาระไม่แข็ง ไม่ต้องเบ่งมาก ไม่เจ็บ และไม่มีความเปลี่ยนแปลงผิดปกติจากรูปแบบเดิมของตัวเอง
กินผักทุกวันแล้วทำไมยังท้องผูก? #
อาจเกิดจากได้รับ Fiber โดยรวมไม่เพียงพอ ดื่มน้ำน้อย เคลื่อนไหวร่างกายน้อย กลั้นอุจจาระ หรือใช้ยาบางชนิด เช่น ธาตุเหล็ก ยาบางชนิดที่ใช้รักษาภาวะซึมเศร้า และยาลดกรดที่มีอะลูมิเนียมหรือแคลเซียม
ต้องดื่มน้ำวันละ 8 แก้วหรือไม่? #
ไม่จำเป็นต้องยึดตัวเลขเดียวสำหรับทุกคน ความต้องการน้ำขึ้นอยู่กับขนาดร่างกาย สุขภาพ กิจกรรม และอาหารที่รับประทาน ควรสังเกตความกระหายและกระจายการดื่มตลอดวัน
ถ่ายเหลวแปลว่าไม่เสี่ยงริดสีดวงใช่หรือไม่? #
ไม่ใช่ เป้าหมายที่ดีคืออุจจาระนุ่มแต่ยังเป็นรูป การถ่ายเหลวบ่อยอาจทำให้บริเวณทวารหนักระคายเคือง และไม่ควรใช้วิธีเร่งระบายจนเกิดท้องเสีย
กินอย่างไรให้ขับถ่ายลื่น มีคุณภาพและลดโอกาสเสี่ยงริดสีดวง #
สูตรขับถ่ายแบบมีคุณภาพไม่ได้อยู่ที่อาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่เกิดจากการทำหลายอย่างร่วมกัน ได้แก่
กิน Fiber ให้พอ + ได้รับน้ำเหมาะสม + มีผักทุกวัน + เลือกผลไม้ทั้งชิ้น + ลดอาหาร Fiber ต่ำ + ไม่กลั้น + ไม่เบ่ง + ไม่นั่งชักโครกนาน
เมื่ออุจจาระนุ่ม เป็นรูป และออกได้ง่าย แรงกดบริเวณทวารหนักก็มีโอกาสลดลง แต่การปรับอาหารไม่สามารถรับประกันว่าจะป้องกันริดสีดวงได้ทั้งหมด เพราะยังมีปัจจัยอื่น เช่น อายุ การตั้งครรภ์ น้ำหนักตัว โรคประจำตัว และความผิดปกติของการทำงานลำไส้
หากมีเลือดออก ก้อนยื่น อาการปวดรุนแรง หรืออาการไม่ดีขึ้น ไม่ควรซื้อยารักษาเองต่อเนื่อง ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจและหาสาเหตุที่แท้จริง
แหล่งอ้างอิง #
- Hawkins AT, Davis BR, Bhama AR, et al. The American Society of Colon and Rectal Surgeons Clinical Practice Guidelines for the Management of Hemorrhoids. Diseases of the Colon & Rectum. 2024;67(5):614–623.
- National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases. Eating, Diet, & Nutrition for Hemorrhoids.
- National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases. Eating, Diet, & Nutrition for Constipation.
- National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases. Symptoms & Causes of Constipation.
- Alonso-Coello P, Mills E, Heels-Ansdell D, et al. Fiber for the Treatment of Hemorrhoids Complications: A Systematic Review and Meta-analysis. American Journal of Gastroenterology. 2006;101(1):181–188.
- Yang J, Wang HP, Zhou L, Xu CF. Effect of Dietary Fiber on Constipation: A Meta-analysis. World Journal of Gastroenterology. 2012;18(48):7378–7383.
