View Categories

อากาศร้อนทำให้ริดสีดวงอักเสบจริงไหม ?

เวลาที่ใช้อ่าน: 1 min read

เลือกอ่าน

ทำไมช่วงหน้าร้อนหลายคนถึงรู้สึกว่าริดสีดวงกำเริบง่ายขึ้น #

เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน หลายคนมักสังเกตว่าปัญหาสุขภาพบางอย่างดูเหมือนจะกำเริบง่ายกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นผื่นคัน ผิวหนังอักเสบ หรือปัญหาที่หลายคนไม่ค่อยกล้าพูดนั่นก็คือ “ริดสีดวงทวาร” มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกว่าในช่วงอากาศร้อน อาการริดสีดวงมักจะ คันมากขึ้น บวมมากขึ้น หรือระคายเคืองง่ายขึ้น จนทำให้เกิดคำถามว่า อากาศร้อนมีผลต่อริดสีดวงจริงหรือไม่?

คำตอบคือ อากาศร้อนไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดโรคริดสีดวง แต่เป็น ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการอักเสบง่ายขึ้น ผ่านกลไกหลายอย่างของร่างกาย เช่น การสูญเสียน้ำ ความอับชื้นของผิวหนัง การเปลี่ยนแปลงของการไหลเวียนเลือด และพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปในช่วงอากาศร้อน บทความนี้จะอธิบายว่าทำไม อากาศร้อนจึงอาจทำให้ริดสีดวงกำเริบได้ง่ายขึ้น และควรดูแลตัวเองอย่างไรในช่วงหน้าร้อนเพื่อลดความเสี่ยงของการอักเสบ

ความร้อนส่งผลต่อร่างกายอย่างไร #

เมื่ออุณหภูมิภายนอกสูงขึ้น ร่างกายจึงต้องปรับตัวเพื่อรักษาอุณหภูมิภายในให้คงที่ กระบวนการสำคัญที่เกิดขึ้นคือ การขยายตัวของหลอดเลือด / การผลิตเหงื่อเพื่อระบายความร้อน / การสูญเสียน้ำผ่านเหงื่อมากขึ้น กระบวนการเหล่านี้แม้จะเป็นกลไกปกติของร่างกาย แต่ส่งผลต่อระบบต่าง ๆ รวมถึง ระบบไหลเวียนเลือดบริเวณทวารหนัก และ ระบบการขับถ่าย เมื่อปัจจัยเหล่านี้เกิดร่วมกัน จะทำให้ผู้ที่มีริดสีดวงอยู่แล้วเกิดอาการกำเริบได้ง่ายขึ้น

ทำไมอากาศร้อนถึงทำให้ริดสีดวงกำเริบได้ง่าย #

1. การสูญเสียน้ำทำให้เกิดท้องผูก #

ในช่วงอากาศร้อน ร่างกายจะสูญเสียน้ำผ่านเหงื่อที่มากกว่าปกติ หากดื่มน้ำไม่เพียงพอตามปริมาณที่เสียไป ร่างกายอาจเกิดภาวะขาดน้ำเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัวและเมื่อร่างกายขาดน้ำลำไส้จะดูดน้ำจากอุจจาระกลับเข้าสู่ร่างกายมากขึ้น ทำให้อุจจาระแข็งและแห้งมากขึ้น จึงทำให้ขับถ่ายจึงยากขึ้นและต้องเบ่งมากขึ้นเมื่อขับถ่าย ซึ่งจะเพิ่มแรงดันต่อหลอดเลือดดำบริเวณทวารหนัก ทำให้หลอดเลือดโป่งพองและเกิดการอักเสบได้ง่าย

2. หลอดเลือดขยายตัวจากความร้อน #

เมื่ออากาศร้อน ร่างกายจะเกิดการขยายตัวของหลอดเลือด เพื่อช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย หลอดเลือดบริเวณทวารหนักก็จะได้รับผลจากกระบวนการนี้เช่นกัน เมื่อหลอดเลือดขยายตัวเลือดจะไหลเวียนมาบริเวณนี้มากขึ้น ทำให้ริดสีดวงจึงบวมได้ง่ายอาจทำให้รู้สึกปวดหรือระคายเคืองมากขึ้น

3. เหงื่อและความอับชื้นทำให้เกิดการระคายเคือง #

หน้าร้อนทำให้ร่างกายมีเหงื่อมาก โดยเฉพาะบริเวณที่อับ เช่น ขาหนีบ ก้น รอบทวารหนัก ซึ่งความชื้นจากเหงื่อสามารถทำให้ผิวหนังบริเวณนี้เกิดการเสียดสี ระคายเคืองและคัน หากมีริดสีดวงอยู่แล้ว ความระคายเคืองเหล่านี้สามารถทำให้อาการแย่ลงได้

4. การอักเสบของผิวหนังบริเวณทวารหนัก #

สภาพอากาศร้อนและชื้นสามารถทำให้เกิดภาวะการอักเสบของผิวหนังรอบทวารหนัก อาการที่พบได้ เช่น คัน แสบ ผิวหนังแดง อาการเหล่านี้สามารถเกิดร่วมกับริดสีดวง และทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าโรคกำเริบ

5. พฤติกรรมการกินเปลี่ยนไปในหน้าร้อน #

หน้าร้อนมักทำให้หลายคนเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เช่น

  • ดื่มเครื่องดื่มหวานมากขึ้น
  • ดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น
  • กินอาหารเผ็ดจัด
  • กินผักผลไม้น้อยลง

พฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้เกิดการระคายเคืองทางเดินอาหาร เสี่ยงท้องผูกขับถ่ายยาก ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้อาการริดสีดวงกำเริบ

อาการที่มักกำเริบในช่วงอากาศร้อน #

ผู้ที่มีริดสีดวงอาจพบว่าอาการบางอย่างเกิดขึ้นบ่อยในช่วงหน้าร้อน เช่น คันบริเวณทวารหนักมากขึ้น รู้สึกบวมบริเวณก้น อาการเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดจากความร้อนโดยตรง แต่เกิดจาก ปัจจัยที่ความร้อนกระตุ้นให้เกิดขึ้น

วิธีดูแลตัวเองในช่วงอากาศร้อน #

แม้ว่าเราจะควบคุมสภาพอากาศไม่ได้ แต่สามารถลดความเสี่ยงของการกำเริบได้ด้วยการปรับพฤติกรรม

1. ดื่มน้ำให้มากขึ้น #

ในช่วงอากาศร้อนควรดื่มน้ำประมาณ อย่างน้อย 6–8 แก้วต่อวัน หรือมากกว่านั้นหากมีเหงื่อออกมาก การดื่มน้ำช่วยป้องกันท้องผูก อุจจาระนิ่ม ลดการเบ่งเมื่อถ่ายขับถ่าย

2.เพิ่มไฟเบอร์ในอาหาร  #

อาหารที่มีไฟเบอร์สูงช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ ธัญพืช ถั่ว เพราะไฟเบอร์จะช่วยเพิ่มปริมาตรอุจจาระและทำให้ถ่ายได้ง่ายขึ้น

3. หลีกเลี่ยงการนั่งนาน #

การนั่งนานสามารถทำให้เลือดคั่งในบริเวณอุ้งเชิงกรานและเพิ่มแรงดันในหลอดเลือดดำ ควรลุกเดินทุก 30–60 นาที
ขยับร่างกายบ่อย ๆ

4. รักษาความแห้งของผิวหนัง #

ควรใส่กางเกงในที่ระบายอากาศดี ซับเหงื่อให้แห้งและหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่รัดแน่น เพื่อป้องกันความอับชื้นและการระคายเคือง

5. หลีกเลี่ยงอาหารกระตุ้น #

อาหารบางชนิดอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ เช่น อาหารเผ็ดจัด แอลกอฮอล์ คาเฟอีน การลดอาหารเหล่านี้อาจช่วยลดอาการกำเริบของริดสีดวง

สรุป #

อากาศร้อนทำให้เป็นริดสีดวงได้ไหม #

อากาศร้อนไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงของโรคริดสีดวง แต่สามารถกระตุ้นปัจจัยที่ทำให้โรคกำเริบ เช่น ท้องผูกและการระคายเคืองของผิวหนัง

ทำไมหน้าร้อนถึงคันริดสีดวงมากขึ้น #

เหงื่อและความอับชื้นบริเวณทวารหนักเพิ่มขึ้นในช่วงอากาศร้อน ทำให้ผิวหนังระคายเคืองและเกิดอาการคันได้ง่าย

ดื่มน้ำน้อยเกี่ยวข้องกับริดสีดวงอย่างไร #

การดื่มน้ำน้อยทำให้อุจจาระแข็งและถ่ายยาก ส่งผลให้ต้องเบ่งมาก ซึ่งเพิ่มแรงดันในหลอดเลือดบริเวณทวารหนัก

คนที่มีริดสีดวงควรดูแลตัวเองอย่างไรในหน้าร้อน #

ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ กินอาหารที่มีไฟเบอร์สูง หลีกเลี่ยงการนั่งนาน และรักษาความแห้งของผิวหนังบริเวณทวารหนัก

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์ #

ควรพบแพทย์หากมีอาการดังต่อไปนี้ เลือดออกมากผิดปกติ / ปวดรุนแรง / มีก้อนแข็งบริเวณทวารหนัก / อาการไม่ดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์

แหล่งอ้างอิง

  1. Sun Z, Migaly J. (2016). Review of Hemorrhoid Disease. JAMA, 316(22), 2407–2408.
  2. American Society of Colon and Rectal Surgeons. Hemorrhoids: Expanded Version.
  3. National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK). Hemorrhoids.
  4. Mott T, Latimer K, Edwards C. (2018). Hemorrhoids: Diagnosis and Treatment Options. American Family Physician, 97(3), 172–179.