ทำไมช่วงหน้าร้อนหลายคนถึงรู้สึกว่าริดสีดวงกำเริบง่ายขึ้น #
เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน หลายคนมักสังเกตว่าปัญหาสุขภาพบางอย่างดูเหมือนจะกำเริบง่ายกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นผื่นคัน ผิวหนังอักเสบ หรือปัญหาที่หลายคนไม่ค่อยกล้าพูดนั่นก็คือ “ริดสีดวงทวาร” มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกว่าในช่วงอากาศร้อน อาการริดสีดวงมักจะ คันมากขึ้น บวมมากขึ้น หรือระคายเคืองง่ายขึ้น จนทำให้เกิดคำถามว่า อากาศร้อนมีผลต่อริดสีดวงจริงหรือไม่?
คำตอบคือ อากาศร้อนไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดโรคริดสีดวง แต่เป็น ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการอักเสบง่ายขึ้น ผ่านกลไกหลายอย่างของร่างกาย เช่น การสูญเสียน้ำ ความอับชื้นของผิวหนัง การเปลี่ยนแปลงของการไหลเวียนเลือด และพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปในช่วงอากาศร้อน บทความนี้จะอธิบายว่าทำไม อากาศร้อนจึงอาจทำให้ริดสีดวงกำเริบได้ง่ายขึ้น และควรดูแลตัวเองอย่างไรในช่วงหน้าร้อนเพื่อลดความเสี่ยงของการอักเสบ
ความร้อนส่งผลต่อร่างกายอย่างไร #
เมื่ออุณหภูมิภายนอกสูงขึ้น ร่างกายจึงต้องปรับตัวเพื่อรักษาอุณหภูมิภายในให้คงที่ กระบวนการสำคัญที่เกิดขึ้นคือ การขยายตัวของหลอดเลือด / การผลิตเหงื่อเพื่อระบายความร้อน / การสูญเสียน้ำผ่านเหงื่อมากขึ้น กระบวนการเหล่านี้แม้จะเป็นกลไกปกติของร่างกาย แต่ส่งผลต่อระบบต่าง ๆ รวมถึง ระบบไหลเวียนเลือดบริเวณทวารหนัก และ ระบบการขับถ่าย เมื่อปัจจัยเหล่านี้เกิดร่วมกัน จะทำให้ผู้ที่มีริดสีดวงอยู่แล้วเกิดอาการกำเริบได้ง่ายขึ้น
ทำไมอากาศร้อนถึงทำให้ริดสีดวงกำเริบได้ง่าย #
1. การสูญเสียน้ำทำให้เกิดท้องผูก #
ในช่วงอากาศร้อน ร่างกายจะสูญเสียน้ำผ่านเหงื่อที่มากกว่าปกติ หากดื่มน้ำไม่เพียงพอตามปริมาณที่เสียไป ร่างกายอาจเกิดภาวะขาดน้ำเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัวและเมื่อร่างกายขาดน้ำลำไส้จะดูดน้ำจากอุจจาระกลับเข้าสู่ร่างกายมากขึ้น ทำให้อุจจาระแข็งและแห้งมากขึ้น จึงทำให้ขับถ่ายจึงยากขึ้นและต้องเบ่งมากขึ้นเมื่อขับถ่าย ซึ่งจะเพิ่มแรงดันต่อหลอดเลือดดำบริเวณทวารหนัก ทำให้หลอดเลือดโป่งพองและเกิดการอักเสบได้ง่าย
2. หลอดเลือดขยายตัวจากความร้อน #
เมื่ออากาศร้อน ร่างกายจะเกิดการขยายตัวของหลอดเลือด เพื่อช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย หลอดเลือดบริเวณทวารหนักก็จะได้รับผลจากกระบวนการนี้เช่นกัน เมื่อหลอดเลือดขยายตัวเลือดจะไหลเวียนมาบริเวณนี้มากขึ้น ทำให้ริดสีดวงจึงบวมได้ง่ายอาจทำให้รู้สึกปวดหรือระคายเคืองมากขึ้น
3. เหงื่อและความอับชื้นทำให้เกิดการระคายเคือง #
หน้าร้อนทำให้ร่างกายมีเหงื่อมาก โดยเฉพาะบริเวณที่อับ เช่น ขาหนีบ ก้น รอบทวารหนัก ซึ่งความชื้นจากเหงื่อสามารถทำให้ผิวหนังบริเวณนี้เกิดการเสียดสี ระคายเคืองและคัน หากมีริดสีดวงอยู่แล้ว ความระคายเคืองเหล่านี้สามารถทำให้อาการแย่ลงได้
4. การอักเสบของผิวหนังบริเวณทวารหนัก #
สภาพอากาศร้อนและชื้นสามารถทำให้เกิดภาวะการอักเสบของผิวหนังรอบทวารหนัก อาการที่พบได้ เช่น คัน แสบ ผิวหนังแดง อาการเหล่านี้สามารถเกิดร่วมกับริดสีดวง และทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าโรคกำเริบ
5. พฤติกรรมการกินเปลี่ยนไปในหน้าร้อน #
หน้าร้อนมักทำให้หลายคนเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เช่น
- ดื่มเครื่องดื่มหวานมากขึ้น
- ดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น
- กินอาหารเผ็ดจัด
- กินผักผลไม้น้อยลง
พฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้เกิดการระคายเคืองทางเดินอาหาร เสี่ยงท้องผูกขับถ่ายยาก ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้อาการริดสีดวงกำเริบ
อาการที่มักกำเริบในช่วงอากาศร้อน #
ผู้ที่มีริดสีดวงอาจพบว่าอาการบางอย่างเกิดขึ้นบ่อยในช่วงหน้าร้อน เช่น คันบริเวณทวารหนักมากขึ้น รู้สึกบวมบริเวณก้น อาการเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดจากความร้อนโดยตรง แต่เกิดจาก ปัจจัยที่ความร้อนกระตุ้นให้เกิดขึ้น
วิธีดูแลตัวเองในช่วงอากาศร้อน #
แม้ว่าเราจะควบคุมสภาพอากาศไม่ได้ แต่สามารถลดความเสี่ยงของการกำเริบได้ด้วยการปรับพฤติกรรม
1. ดื่มน้ำให้มากขึ้น #
ในช่วงอากาศร้อนควรดื่มน้ำประมาณ อย่างน้อย 6–8 แก้วต่อวัน หรือมากกว่านั้นหากมีเหงื่อออกมาก การดื่มน้ำช่วยป้องกันท้องผูก อุจจาระนิ่ม ลดการเบ่งเมื่อถ่ายขับถ่าย
2.เพิ่มไฟเบอร์ในอาหาร #
อาหารที่มีไฟเบอร์สูงช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ ธัญพืช ถั่ว เพราะไฟเบอร์จะช่วยเพิ่มปริมาตรอุจจาระและทำให้ถ่ายได้ง่ายขึ้น
3. หลีกเลี่ยงการนั่งนาน #
การนั่งนานสามารถทำให้เลือดคั่งในบริเวณอุ้งเชิงกรานและเพิ่มแรงดันในหลอดเลือดดำ ควรลุกเดินทุก 30–60 นาที
ขยับร่างกายบ่อย ๆ
4. รักษาความแห้งของผิวหนัง #
ควรใส่กางเกงในที่ระบายอากาศดี ซับเหงื่อให้แห้งและหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่รัดแน่น เพื่อป้องกันความอับชื้นและการระคายเคือง
5. หลีกเลี่ยงอาหารกระตุ้น #
อาหารบางชนิดอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ เช่น อาหารเผ็ดจัด แอลกอฮอล์ คาเฟอีน การลดอาหารเหล่านี้อาจช่วยลดอาการกำเริบของริดสีดวง
สรุป #
อากาศร้อนทำให้เป็นริดสีดวงได้ไหม #
อากาศร้อนไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงของโรคริดสีดวง แต่สามารถกระตุ้นปัจจัยที่ทำให้โรคกำเริบ เช่น ท้องผูกและการระคายเคืองของผิวหนัง
ทำไมหน้าร้อนถึงคันริดสีดวงมากขึ้น #
เหงื่อและความอับชื้นบริเวณทวารหนักเพิ่มขึ้นในช่วงอากาศร้อน ทำให้ผิวหนังระคายเคืองและเกิดอาการคันได้ง่าย
ดื่มน้ำน้อยเกี่ยวข้องกับริดสีดวงอย่างไร #
การดื่มน้ำน้อยทำให้อุจจาระแข็งและถ่ายยาก ส่งผลให้ต้องเบ่งมาก ซึ่งเพิ่มแรงดันในหลอดเลือดบริเวณทวารหนัก
คนที่มีริดสีดวงควรดูแลตัวเองอย่างไรในหน้าร้อน #
ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ กินอาหารที่มีไฟเบอร์สูง หลีกเลี่ยงการนั่งนาน และรักษาความแห้งของผิวหนังบริเวณทวารหนัก
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์ #
ควรพบแพทย์หากมีอาการดังต่อไปนี้ เลือดออกมากผิดปกติ / ปวดรุนแรง / มีก้อนแข็งบริเวณทวารหนัก / อาการไม่ดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์
แหล่งอ้างอิง
- Sun Z, Migaly J. (2016). Review of Hemorrhoid Disease. JAMA, 316(22), 2407–2408.
- American Society of Colon and Rectal Surgeons. Hemorrhoids: Expanded Version.
- National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK). Hemorrhoids.
- Mott T, Latimer K, Edwards C. (2018). Hemorrhoids: Diagnosis and Treatment Options. American Family Physician, 97(3), 172–179.
