View Categories

ลูกหลานควรรู้! ดูแลผู้ใหญ่ยังไงไม่ให้เสี่ยงเป็นริดสีดวง

เวลาที่ใช้อ่าน: 2 min read

“การขับถ่าย” เพราะสำหรับผู้สูงอายุ การถ่ายยาก ท้องผูก เบ่งนาน หรือเข้าห้องน้ำแล้วไม่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องเล็ก ๆ ที่ปล่อยไว้เดี๋ยวก็หาย แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้เกิด “ริดสีดวงทวาร” หรือทำให้อาการริดสีดวงที่มีอยู่กำเริบมากขึ้นได้

สิ่งที่ลูกหลานควรรู้คือ ผู้สูงอายุจำนวนมากไม่ค่อยพูดเรื่องการขับถ่ายของตัวเอง บางคนอาย บางคนเกรงใจ บางคนคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของวัย หรือบางคนมีอาการแล้วแต่ไม่กล้าบอก จนกระทั่งมีเลือดออก เจ็บมาก หรือมีก้อนโผล่ จึงค่อยเริ่มหาทางดูแล ดังนั้น การป้องกันไม่ให้ท้องผูกตั้งแต่ต้นจึงเป็นวิธีดูแลที่สำคัญมาก โดยเริ่มจากเรื่องง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน

1. ชวนผู้ใหญ่ดื่มน้ำให้เพียงพอแบบไม่กดดัน #

น้ำเป็นพื้นฐานสำคัญของการขับถ่าย เพราะช่วยให้อุจจาระนิ่มขึ้นและเคลื่อนผ่านลำไส้ได้ง่ายขึ้น แต่ “ดื่มน้ำเยอะ ๆ” อย่างเดียวอาจไม่ได้ผล โดยเฉพาะถ้าท่านกลัวปัสสาวะบ่อย ลูกหลานอาจใช้วิธีช่วยจัดน้ำไว้ใกล้มือแล้วค่อย ๆ ชวนจิบระหว่างวัน

อาจใช้วิธีแบ่งเป็นช่วง เช่น หลังตื่นนอน ระหว่างมื้ออาหาร หลังเดินเล่น หรือหลังทำกิจกรรมเล็ก ๆ ในบ้าน ไม่ควรบังคับให้ดื่มรวดเดียวมาก ๆ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีโรคไต โรคหัวใจ หรือภาวะที่แพทย์จำกัดน้ำ ควรปรึกษาแพทย์เรื่องปริมาณน้ำที่เหมาะสมก่อน

2. เพิ่มไฟเบอร์อย่างค่อยเป็นค่อยไป #

ไฟเบอร์หรือใยอาหารช่วยเพิ่มปริมาณอุจจาระ ทำให้อุจจาระนิ่มและขับถ่ายง่ายขึ้น แหล่งไฟเบอร์ที่ดีได้แก่ ผักใบเขียว ฟักทอง แครอท ถั่วต่าง ๆ ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต ข้าวโอ๊ต กล้วยน้ำว้า มะละกอสุก ฝรั่ง แอปเปิล และผลไม้ที่ไม่หวานจัดเกินไป

แต่สำหรับผู้สูงอายุ ไม่ควรเพิ่มไฟเบอร์แบบรวดเร็วเกินไป เพราะอาจทำให้ท้องอืด แน่นท้อง หรือผายลมมากขึ้น ควรเพิ่มทีละน้อย เช่น เริ่มจากเพิ่มผักในมื้อกลางวัน เพิ่มผลไม้หลังอาหาร หรือเปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้องผสมข้าวขาว เพื่อให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัว

สิ่งสำคัญคือ หากเพิ่มไฟเบอร์แต่ดื่มน้ำน้อย อาจยิ่งทำให้ท้องผูกได้ เพราะไฟเบอร์ต้องอาศัยน้ำช่วยให้พองตัวและทำให้อุจจาระนิ่ม ดังนั้น ไฟเบอร์กับน้ำควรมาคู่กันเสมอ

3. จัดมื้ออาหารให้ง่ายต่อการถ่าย #

อาหารของผู้สูงอายุควรเป็นมื้อที่เคี้ยวง่าย ย่อยง่าย แต่ไม่ใช่มีแต่ข้าวต้มกับเนื้อสัตว์จนขาดผัก หลายคนคิดว่าอาหารนิ่มคือดีที่สุด แต่ถ้าอาหารนิ่มนั้นมีกากใยน้อย ก็อาจทำให้ถ่ายยากได้ แต่หากผู้สูงอายุมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต หรือเคี้ยวลำบาก ก็ควรปรับให้เหมาะกับคำแนะนำของแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร

4. ชวนเดิน ไม่ใช่แค่บอกให้ออกกำลังกาย #

การเคลื่อนไหวร่างกายช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ผู้สูงอายุที่นั่งหรือนอนนาน ๆ จึงมักถ่ายยาก ลูกหลานอาจไม่จำเป็นต้องชวนออกกำลังกายหนัก ๆ แค่เริ่มจากการเดินช้า ๆ รอบบ้าน เดินในสวนหน้าบ้าน เดินไปซื้อของใกล้ ๆ หรือชวนลุกมายืดเส้นเบา ๆ ก็ช่วยให้ร่างกายได้ขยับมากขึ้น

คำว่า “ไปออกกำลังกายสิ” อาจฟังเหมือนคำสั่ง แต่ถ้าเปลี่ยนเป็น “ไปเดินเล่นกันไหม” จะทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกดีและอยากทำมากกว่า การดูแลเรื่องขับถ่ายจึงไม่ใช่แค่เรื่องอาหาร แต่เกี่ยวกับบรรยากาศ ความสัมพันธ์ และวิธีพูดของลูกหลานด้วย

5. ฝึกเวลาขับถ่ายให้เป็นกิจวัตร #

ร่างกายชอบความสม่ำเสมอ หากผู้สูงอายุมีเวลาขับถ่ายประจำ เช่น หลังอาหารเช้า หรือหลังดื่มน้ำอุ่นตอนเช้า ลำไส้อาจค่อย ๆ จดจำจังหวะได้ ลูกหลานอาจช่วยจัดเวลาให้ไม่เร่งรีบ เช่น หลังอาหารเช้าให้มีเวลานั่งพัก เดินเบา ๆ แล้วค่อยเข้าห้องน้ำ

แต่ไม่ควรให้นั่งห้องน้ำนานเกินไป หากนั่งแล้วไม่ถ่าย ควรลุกออกมาก่อน แล้วรอให้มีความรู้สึกปวดถ่ายจริง ๆ จึงค่อยกลับเข้าไปใหม่ การนั่งรอนาน ๆ อาจเพิ่มแรงกดบริเวณทวารหนักโดยไม่จำเป็น

6. ลดพฤติกรรมเบ่งและเล่นมือถือในห้องน้ำ #

การเบ่งแรงเป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่ควรลดมากที่สุด ลูกหลานควรสังเกตว่าผู้สูงอายุใช้เวลาเข้าห้องน้ำนานผิดปกติหรือไม่ มีเสียงเบ่งบ่อยไหม หรือออกจากห้องน้ำแล้วบ่นเจ็บ คัน แสบ หรือมีเลือดติดกระดาษชำระหรือไม่

อีกเรื่องที่ดูเหมือนเล็กแต่สำคัญคือการเล่นมือถือในห้องน้ำ เพราะทำให้นั่งนานโดยไม่รู้ตัว ควรเปลี่ยนบรรยากาศให้ห้องน้ำเป็นที่สำหรับขับถ่าย ไม่ใช่ที่นั่งพักผ่อน หากต้องการอ่านข่าว ดูคลิป หรือเล่นโทรศัพท์ ควรทำหลังออกจากห้องน้ำแล้ว

7. จัดห้องน้ำให้ปลอดภัยและถ่ายสะดวก #

ผู้สูงอายุบางคนอั้นถ่ายเพราะกลัวลื่น กลัวล้ม หรือเข้าห้องน้ำไม่สะดวก โดยเฉพาะตอนกลางคืน หากห้องน้ำมืด พื้นลื่น หรือไม่มีราวจับ ท่านอาจเลือกอั้นไว้ก่อน ซึ่งทำให้อุจจาระค้างนานและแข็งขึ้น

ลูกหลานควรดูแลห้องน้ำให้ปลอดภัย เช่น มีไฟสว่างเพียงพอ พื้นไม่ลื่น มีราวจับ มีรองเท้ากันลื่น และหากโถสุขภัณฑ์สูงหรือต่ำเกินไป ควรปรับให้เหมาะกับการลุกนั่ง นอกจากนี้ บางคนอาจใช้เก้าอี้เตี้ยรองเท้าเพื่อให้ท่านั่งขับถ่ายใกล้เคียงท่านั่งยอง ซึ่งอาจช่วยลดการเบ่งในบางรายได้ แต่ต้องระวังความมั่นคงและความปลอดภัยเป็นหลัก

8. อย่ามองข้ามสัญญาณผิดปกติ #

แม้ริดสีดวงจะเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย แต่ไม่ได้แปลว่าเลือดออกทางทวารหนักทุกครั้งจะเป็นริดสีดวงเสมอไป หากผู้สูงอายุมีเลือดออกบ่อย เลือดปนมากับอุจจาระ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ถ่ายดำ ซีด อ่อนเพลีย ปวดท้องเรื้อรัง หรือพฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนไปชัดเจน ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ

ลูกหลานไม่ควรซื้อยาระบายให้กินต่อเนื่องเองโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพราะยาระบายมีหลายชนิดและเหมาะกับแต่ละคนไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวหรือกินยาหลายชนิดอยู่แล้ว

ลูกหลานดูแลได้ เริ่มจากความใส่ใจเล็ก ๆ #

การดูแลผู้ใหญ่ไม่ให้ท้องผูกจนเป็นริดสีดวง ไม่ได้เริ่มจากเรื่องยาก แต่เริ่มจากการสังเกตและใส่ใจในชีวิตประจำวัน เช่น วันนี้ท่านดื่มน้ำพอไหม ได้กินผักผลไม้หรือเปล่า เดินบ้างไหม เข้าห้องน้ำนานผิดปกติไหม หรือมีอาการเจ็บ คัน เลือดออกหลังถ่ายหรือไม่

หลายครั้งผู้สูงอายุไม่ได้ต้องการคำสั่ง แต่ต้องการคนคอยชวน คอยจัดสิ่งแวดล้อม และคอยทำให้เรื่องสุขภาพกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นในทุกวัน แทนที่จะพูดว่า “ทำไมไม่กินผัก” อาจเปลี่ยนเป็น “วันนี้ทำต้มจืดผักนิ่ม ๆ ให้ กินง่าย ถ่ายง่ายนะ” แทนที่จะบอกว่า “อย่านั่งเฉย ๆ” อาจเปลี่ยนเป็น “ไปเดินเล่นกันสักรอบไหม” คำพูดเล็ก ๆ เหล่านี้ช่วยให้การดูแลสุขภาพไม่กลายเป็นความกดดัน

เพราะสุดท้ายแล้ว การป้องกันริดสีดวงในผู้สูงอายุไม่ใช่แค่การป้องกันอาการเจ็บหรือเลือดออก แต่คือการช่วยให้ท่านใช้ชีวิตประจำวันได้สบายขึ้น ถ่ายง่ายขึ้น เดินเหินมั่นใจขึ้น และไม่ต้องทนกับปัญหาที่พูดยากเพียงลำพัง

FAQ: คำถามที่พบบ่อย #

Q: ผู้สูงอายุต้องกังวลเรื่องริดสีดวงไหม?
A: ควรใส่ใจ เพราะเมื่ออุจจาระแข็งและต้องเบ่งมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ริดสีดวงเกิดขึ้นหรือกำเริบได้ ควรปรับอาหาร น้ำ และกิจกรรมทางกาย หากไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

Q: ผู้สูงอายุควรกินอะไรเพื่อช่วยให้ถ่ายง่าย?
A: ควรเน้นอาหารที่มีกากใย เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว และดื่มน้ำให้เพียงพอ อาจเริ่มจากเมนูที่เคี้ยวง่าย เช่น ต้มจืดผัก ฟักทองนึ่ง ข้าวโอ๊ต มะละกอสุก หรือข้าวกล้องนิ่ม ๆ โดยปรับตามโรคประจำตัวของแต่ละคน

Q: ดื่มน้ำน้อยทำให้ริดสีดวงแย่ลงได้ไหม?
A: ดื่มน้ำน้อยอาจทำให้อุจจาระแข็งและถ่ายยาก เมื่อถ่ายยากก็ต้องเบ่งมากขึ้น ซึ่งอาจกระตุ้นริดสีดวงได้ แต่ในผู้สูงอายุที่มีโรคไตหรือโรคหัวใจ ควรถามแพทย์เรื่องปริมาณน้ำที่เหมาะสม

Q: นั่งห้องน้ำนาน ๆ อันตรายไหม?
A: การนั่งห้องน้ำนานทำให้บริเวณทวารหนักรับแรงกดต่อเนื่อง และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อริดสีดวง โดยเฉพาะถ้านั่งนานร่วมกับการเบ่งหรือเล่นมือถือจนเพลิน

Q: ลูกหลานควรเริ่มดูแลจากเรื่องอะไรก่อน?
A: เริ่มจาก 4 เรื่องง่าย ๆ คือ ดื่มน้ำให้เหมาะสม เพิ่มผักผลไม้และไฟเบอร์ ชวนขยับร่างกายหรือเดินเบา ๆ และลดการนั่งห้องน้ำนานหรือเบ่งแรง หากมีเลือดออก เจ็บมาก หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรพาไปพบแพทย์

แหล่งอ้างอิง #

  1. National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK). Hemorrhoids.
  2. National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK). Eating, Diet, & Nutrition for Hemorrhoids.
  3. National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK). Eating, Diet, & Nutrition for Constipation.
  4. Mayo Clinic. Hemorrhoids: Symptoms and causes.
  5. Mayo Clinic. Constipation: Symptoms and causes.
  6. Cleveland Clinic. Hemorrhoids: Symptoms, Causes & Treatment.
  7. Cleveland Clinic. 5 Simple Ways to Prevent Hemorrhoids.