---
title: 5 ความเชื่อเรื่องริดสีดวง ที่หลายคนยังเข้าใจผิด
description: "“กินเผ็ดมาก เดี๋ยวเป็นริดสีดวง” “มีเลือดออกตอนถ่าย เป็นริดสีดวงแน่เลย” ประโยคเหล่านี้น่าจะเป็นสิ่งที่หลายคนเคยได้ยินเกี่ยวกับ **“ริดสีดวง”** แต่ปัญหาคือ เมื่อความเชื่อถูกส่งต่อกันมานาน บางครั้งเราก็อาจเผลอเอา “สิ่งที่ทำให้อาการไม่สบายมากขึ้น” ไปปนกับ “สาเหตุของโรค” หรือคิดว่าอาการบางอย่างต้องเป็นริดสีดวงเสมอไป มาดูกันว่า 5 ความเชื่อที่หลายคนคุ้นเคยนั้น ความจริงเป็นอย่างไร ![](https://dragonfishherb.com/wp-content/uploads/2026/09/DragonFish_รูปบทความ_5-ความเชื่อเรื่องริดสีดวง-1.jpg) ## **ความเชื่อที่  1 “กินเผ็ด = เป็นริดสีดวง”** นี่อาจเป็นหนึ่งในความเชื่อที่ได้ยินกันบ่อยที่สุด โดยเฉพาะเวลามีอาการแสบหลังขับถ่าย หลายคนจึงเชื่อทันทีว่าอาหารเผ็ดเป็นตัวการที่ทำให้เกิดริดสีดวง แต่ในทางการแพทย์ **ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าอาหารเผ็ดเป็นสาเหตุโดยตรงของริดสีดวงในทุกคน** มีการทดลองแบบสุ่ม มีกลุ่มควบคุมในผู้ป่วยริดสีดวงระดับ 2–3 จำนวน 50 คน โดยเปรียบเทียบการได้รับพริกแดงกับยาหลอก ผลพบว่าการรับประทานพริกหนึ่งมื้อไม่ได้ทำให้อาการเลือดออก บวม ปวด คัน…"
url: "https://dragonfishherb.com/docs/5-hemorrhoid-myths/"
updated: "2026-09-25"
category: Healthcare
---

# 5 ความเชื่อเรื่องริดสีดวง ที่หลายคนยังเข้าใจผิด

“กินเผ็ดมาก เดี๋ยวเป็นริดสีดวง” “มีเลือดออกตอนถ่าย เป็นริดสีดวงแน่เลย” ประโยคเหล่านี้น่าจะเป็นสิ่งที่หลายคนเคยได้ยินเกี่ยวกับ **“ริดสีดวง”** แต่ปัญหาคือ เมื่อความเชื่อถูกส่งต่อกันมานาน บางครั้งเราก็อาจเผลอเอา “สิ่งที่ทำให้อาการไม่สบายมากขึ้น” ไปปนกับ “สาเหตุของโรค” หรือคิดว่าอาการบางอย่างต้องเป็นริดสีดวงเสมอไป มาดูกันว่า 5 ความเชื่อที่หลายคนคุ้นเคยนั้น ความจริงเป็นอย่างไร

   ![](https://dragonfishherb.com/wp-content/uploads/2026/09/DragonFish_รูปบทความ_5-ความเชื่อเรื่องริดสีดวง-1.jpg)

## **ความเชื่อที่  1 “กินเผ็ด = เป็นริดสีดวง”**

นี่อาจเป็นหนึ่งในความเชื่อที่ได้ยินกันบ่อยที่สุด โดยเฉพาะเวลามีอาการแสบหลังขับถ่าย หลายคนจึงเชื่อทันทีว่าอาหารเผ็ดเป็นตัวการที่ทำให้เกิดริดสีดวง แต่ในทางการแพทย์ **ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าอาหารเผ็ดเป็นสาเหตุโดยตรงของริดสีดวงในทุกคน**

มีการทดลองแบบสุ่ม มีกลุ่มควบคุมในผู้ป่วยริดสีดวงระดับ 2–3 จำนวน 50 คน โดยเปรียบเทียบการได้รับพริกแดงกับยาหลอก ผลพบว่าการรับประทานพริกหนึ่งมื้อไม่ได้ทำให้อาการเลือดออก บวม ปวด คัน หรือแสบจากริดสีดวงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าคนที่มีปัญหาบริเวณทวารหนักจะกินเผ็ดได้โดยไม่มีผลกระทบเลย เพราะแคปไซซิน (Capsaicin) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้พริกมีรสเผ็ด สามารถกระตุ้นตัวรับความรู้สึกแสบร้อนของเยื่อบุ และทำให้เกิดลำไส้แปรปรวนซึ่งมีผลกระทบต่อการขับถ่ายได้ และมีหลักฐานว่าการรับประทานพริกสามารถทำให้อาการปวดหรือแสบรุนแรงขึ้นในบางภาวะ เช่น แผลปริขอบทวาร หรือในช่วงหลังผ่าตัดริดสีดวง

      ![](https://dragonfishherb.com/wp-content/uploads/2026/09/DragonFish_รูปบทความ_5-ความเชื่อเรื่องริดสีดวง-2.jpg)

## **ความเชื่อที่  2 “ต้องท้องผูกเท่านั้น ถึงจะเป็นริดสีดวง”**

ท้องผูกและการเบ่งถ่ายเป็นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับริดสีดวงจริง เพราะการเบ่งเพิ่มแรงดันบริเวณทวารหนัก และอุจจาระที่แข็งอาจทำให้บริเวณดังกล่าวระคายเคืองมากขึ้น แต่ **คนที่ไม่ได้ท้องผูกก็สามารถเป็นริดสีดวงได้**

ข้อมูลจาก National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK) ระบุปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเกิดริดสีดวงไว้หลายอย่าง เช่น การเบ่งถ่าย การนั่งชักโครกเป็นเวลานาน ท้องผูกเรื้อรัง **หรือท้องเสียเรื้อรัง** การรับประทานใยอาหารน้อย การตั้งครรภ์ อายุที่เพิ่มขึ้น และการยกของหนักบ่อย ๆ

ถ่ายทุกวันก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความเสี่ยง หากต้องเบ่งแรง ใช้เวลานั่งในห้องน้ำนาน หรือมีอาการถ่ายเหลวบ่อยๆ โดยเฉพาะพฤติกรรมยอดฮิตอย่าง **นำโทรศัพท์เข้าห้องน้ำแล้วนั่งเล่นต่อหลังถ่ายเสร็จ** อาจทำให้เวลาบนชักโครกยาวกว่าที่จำเป็น แนวทางปัจจุบันจึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเบ่งและการใช้เวลาบนชักโครกเป็นเวลานาน

      ![](https://dragonfishherb.com/wp-content/uploads/2026/09/DragonFish_รูปบทความ_5-ความเชื่อเรื่องริดสีดวง-3.jpg)

## **ความเชื่อที่  3 “มีเลือดออกตอนถ่าย = ริดสีดวงแน่นอน”**

ริดสีดวงภายในสามารถทำให้มี **เลือดแดงสด** ติดกระดาษชำระ เคลือบอุจจาระ หรือหยดลงในโถหลังขับถ่ายได้ และมักเป็นอาการที่ทำให้หลายคนเริ่มสงสัยว่าตัวเองเป็นริดสีดวง

แต่สิ่งที่สำคัญมากคือ **เลือดออกจากทวารหนัก ไม่ได้หมายความว่าเป็นริดสีดวงเสมอไป**เลือดออกจากทางเดินอาหารส่วนล่างสามารถเกิดจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่แผลปริขอบทวาร ภาวะอักเสบของลำไส้ ติ่งเนื้อ ไปจนถึงมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือไส้ตรง

ด้วยเหตุนี้ หากพบเลือดออกจึงไม่ควรรีบสรุปเองว่า “เป็นริดสีดวงแน่นอน” โดยเฉพาะหากเลือดออกเกิดขึ้นบ่อย มีปริมาณมาก มีการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการขับถ่าย ลักษณะอุจจาระเปลี่ยนไป หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย แนะนำให้พบผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเมื่อมีเลือดออกระหว่างการขับถ่าย และควรได้รับการประเมินอย่างเร่งด่วนหากมีเลือดออกปริมาณมากร่วมกับอาการหน้ามืด เวียนศีรษะ หรือเป็นลม

      ![](https://dragonfishherb.com/wp-content/uploads/2026/09/DragonFish_รูปบทความ_5-ความเชื่อเรื่องริดสีดวง-4.jpg)

## **ความเชื่อที่  4 “เป็นริดสีดวงแล้ว ต้องผ่าตัด”**

คำว่า “ริดสีดวง” ทำให้บางคนนึกถึงการผ่าตัดทันที แต่ในความเป็นจริง **ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ได้เริ่มต้นการรักษาด้วยการผ่าตัด**การดูแลเบื้องต้นมักเริ่มจากการปรับพฤติกรรมและทำให้อุจจาระนุ่มขึ้น เช่น เพิ่มอาหารที่มีใยอาหาร ดื่มน้ำให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงการเบ่ง และไม่นั่งชักโครกนานเกินความจำเป็น

NIDDK ยังระบุว่าใยอาหารสามารถช่วยให้อุจจาระนุ่มและขับออกง่ายขึ้น โดยแนวทาง Dietary Guidelines for Americans ฉบับ 2020–2025 ยกตัวอย่างว่าผู้ที่รับประทานอาหารประมาณ 2,000 กิโลแคลอรีต่อวันควรได้รับใยอาหารประมาณ 28 กรัมต่อวัน

การผ่าตัดริดสีดวงมักพิจารณาตามความรุนแรง ลักษณะของริดสีดวง และการตอบสนองต่อการรักษาวิธีอื่น เช่น ริดสีดวงขนาดใหญ่ ยื่นออกมามาก หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาที่เหมาะสม

ดังนั้น **เป็นริดสีดวง ≠ ต้องผ่าตัดเสมอไป**

      ![](https://dragonfishherb.com/wp-content/uploads/2026/09/DragonFish_รูปบทความ_5-ความเชื่อเรื่องริดสีดวง-5.jpg)

## **ความเชื่อที่ 5: “ถ้าไม่เจ็บ ก็ไม่น่าใช่ริดสีดวง”**

อีกหนึ่งความเข้าใจผิดที่ทำให้หลายคนปล่อยอาการไว้นาน คือคิดว่าริดสีดวงจะต้องปวดหรือเจ็บบริเวณก้นอย่างชัดเจน

แต่ริดสีดวงภายในจำนวนมาก **อาจไม่เจ็บเลย**ริดสีดวงภายในที่ยังไม่ยื่นออกมามักไม่มีอาการปวด เนื่องจากตำแหน่งดังกล่าวมีความไวต่อความเจ็บปวดแตกต่างจากผิวหนังรอบทวาร อาการที่เห็นได้ชัดกว่าอาจเป็นเลือดแดงสดหลังขับถ่าย หรือมีก้อนยื่นออกมา หากมีอาการ **ปวดรุนแรงอย่างเฉียบพลัน** ก็ไม่ควรเหมารวมว่าเป็นเพียงริดสีดวงธรรมดา เพราะริดสีดวงภายนอกที่เกิดลิ่มเลือดก็สามารถทำให้ปวดและมีก้อนแข็งได้ ขณะที่อาการปวดขณะขับถ่ายอาจสัมพันธ์กับแผลปริขอบทวารมากกว่า

# **สรุป**

หลายความเชื่อเกี่ยวกับริดสีดวงมี “ความจริงบางส่วน” อยู่ข้างใน แต่เมื่อถูกเล่าต่อกันสั้น ๆ ก็อาจกลายเป็นข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิดได้

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่การถามว่า **“กินอะไรถึงเป็นริดสีดวง?”** แต่ควรมองพฤติกรรมการขับถ่ายทั้งหมดด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเบ่ง การนั่งห้องน้ำนาน อุจจาระแข็งหรือเหลวบ่อย การได้รับใยอาหารไม่เพียงพอ รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่เพิ่มแรงกดต่อบริเวณทวารหนัก

และที่สำคัญที่สุดคือ **อย่าเหมารวมว่าเลือดออกทุกครั้งคือริดสีดวง** เพราะอาการเดียวกันสามารถเกิดจากโรคอื่นได้ หากมีเลือดออกซ้ำ ๆ อาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลตัวเองประมาณหนึ่งสัปดาห์ ปวดรุนแรง หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

### **FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับริดสีดวง**

##### **Q: กินเผ็ดทำให้เป็นริดสีดวงจริงไหม?**

ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะบอกว่าอาหารเผ็ดเป็นสาเหตุโดยตรงของริดสีดวงในทุกคน งานทดลองหนึ่งในผู้ป่วยริดสีดวงไม่พบว่าการรับประทานพริกหนึ่งมื้อทำให้อาการริดสีดวงแย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ความเผ็ดอาจทำให้บางคนรู้สึกแสบหรือระคายเคืองมากขึ้น และทำให้เกิดลำไส้แปรปรวนส่งผลกระทบต่อการขับถ่ายได้ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของริดสีดวง

##### **Q: ถ่ายทุกวัน ยังเป็นริดสีดวงได้ไหม?**

ได้ เพราะความถี่ของการขับถ่ายไม่ใช่ปัจจัยเดียว การเบ่ง นั่งชักโครกนาน ท้องเสียเรื้อรัง รับประทานใยอาหารน้อย ตั้งครรภ์ หรือยกของหนักบ่อย ล้วนเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องได้

##### **Q: ริดสีดวงต้องมีเลือดออกทุกคนไหม?**

ไม่จำเป็น ริดสีดวงภายนอกอาจมีอาการคัน ปวด บวม หรือมีก้อน ขณะที่ริดสีดวงภายในอาจมีเลือดออกหรือมีก้อนยื่นออกมา แต่แต่ละคนสามารถมีอาการแตกต่างกันได้

##### **Q: ริดสีดวงรักษาเองได้ไหม?**

อาการไม่รุนแรงหลายกรณีสามารถดีขึ้นได้จากการเพิ่มใยอาหาร ดื่มน้ำให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงการเบ่งและไม่นั่งชักโครกเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม หากอาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลตัวเองประมาณ 1 สัปดาห์ หรือมีเลือดออก ควรพบแพทย์

##### **Q: เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์?**

ควรพบแพทย์เมื่อมีเลือดออกจากทวาร อาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลตัวเองประมาณหนึ่งสัปดาห์ หรือมีอาการปวดมาก หากมีเลือดออกจำนวนมากร่วมกับหน้ามืด เวียนศีรษะ หรือเป็นลม ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน

## **แหล่งอ้างอิง**

1. National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK). **Hemorrhoids: Symptoms & Causes; Treatment; Eating, Diet & Nutrition.**
2. Mayo Clinic. **Hemorrhoids – Symptoms and Causes; Diagnosis and Treatment.** Updated August 23, 2025.
3. Qureshi W, Hoang S, Frye J, Rao SSC. **AGA Clinical Practice Update on Diagnosis and Treatment of Hemorrhoids: Expert Review.** Clinical Gastroenterology and Hepatology. 2026.
4. Altomare DF, et al. **Red hot chili pepper and hemorrhoids: the explosion of a myth: results of a prospective, randomized, placebo-controlled, crossover trial.** Diseases of the Colon & Rectum. 2006;49(7):1018–1023. DOI: 10.1007/s10350-006-0532-3.
5. Gupta PJ. **Effect of red chili consumption on postoperative symptoms during the post-hemorrhoidectomy period: randomized, double-blind, controlled study.** World Journal of Surgery. 2007;31(9):1822–1826.
6. National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK). **Symptoms & Causes of GI Bleeding.** Reviewed July 2024.
