---
title: ขับถ่ายที่ดีควรใช้เวลาแค่ 12 วินาที
description: "หลายคนอาจคิดว่าเวลาเข้าห้องน้ำ ถ้ายังถ่ายไม่ออกก็นั่งรอไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ออกเอง บางคนใช้เวลา 10–20 นาทีเป็นเรื่องปกติ แถมยังหยิบโทรศัพท์เข้าไปไถข่าว ดูคลิป หรือเล่นโซเชียลจนกลายเป็นกิจวัตร แต่มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ทำให้เรื่อง “เวลาในการขับถ่าย” กลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจ เพราะนักวิจัยพบว่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตั้งแต่แมวไปจนถึงช้าง ใช้เวลาในการปล่อยอุจจาระเฉลี่ยเพียงประมาณ **12 วินาที** แล้วมนุษย์อย่างเราควรใช้เวลาแค่ 12 วินาทีเหมือนกันหรือไม่? คำตอบคือ **ไม่จำเป็นต้องจับเวลาว่าต้องครบ 12 วินาทีเป๊ะ** แต่ตัวเลขนี้กำลังบอกอะไรบางอย่างที่น่าสนใจ นั่นคือ หากอุจจาระมีลักษณะเหมาะสม ระบบขับถ่ายทำงานประสานกันดี และเราไม่ได้ฝืนเบ่ง การปล่อยอุจจาระจริงๆ อาจใช้เวลาไม่นานอย่างที่หลายคนคิด ![](https://dragonfishherb.com/wp-content/uploads/2026/09/DragonFish_รูปบทความ_ขับถ่ายที่ดีควรใช้เวลาแค่-12-วินาที-3.jpg) ## **“12 วินาที” มาจากไหน?** ตัวเลขนี้มาจากงานวิจัยชื่อ **Hydrodynamics of Defecation**…"
url: "https://dragonfishherb.com/docs/12-seconds-healthy-bowel-movement/"
updated: "2026-09-02"
category: Healthcare
---

# ขับถ่ายที่ดีควรใช้เวลาแค่ 12 วินาที

หลายคนอาจคิดว่าเวลาเข้าห้องน้ำ ถ้ายังถ่ายไม่ออกก็นั่งรอไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ออกเอง บางคนใช้เวลา 10–20 นาทีเป็นเรื่องปกติ แถมยังหยิบโทรศัพท์เข้าไปไถข่าว ดูคลิป หรือเล่นโซเชียลจนกลายเป็นกิจวัตร

แต่มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ทำให้เรื่อง “เวลาในการขับถ่าย” กลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจ เพราะนักวิจัยพบว่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตั้งแต่แมวไปจนถึงช้าง ใช้เวลาในการปล่อยอุจจาระเฉลี่ยเพียงประมาณ **12 วินาที**

แล้วมนุษย์อย่างเราควรใช้เวลาแค่ 12 วินาทีเหมือนกันหรือไม่?

คำตอบคือ **ไม่จำเป็นต้องจับเวลาว่าต้องครบ 12 วินาทีเป๊ะ** แต่ตัวเลขนี้กำลังบอกอะไรบางอย่างที่น่าสนใจ นั่นคือ หากอุจจาระมีลักษณะเหมาะสม ระบบขับถ่ายทำงานประสานกันดี และเราไม่ได้ฝืนเบ่ง การปล่อยอุจจาระจริงๆ อาจใช้เวลาไม่นานอย่างที่หลายคนคิด

     ![](https://dragonfishherb.com/wp-content/uploads/2026/09/DragonFish_รูปบทความ_ขับถ่ายที่ดีควรใช้เวลาแค่-12-วินาที-3.jpg)

## **“12 วินาที” มาจากไหน?**

ตัวเลขนี้มาจากงานวิจัยชื่อ **Hydrodynamics of Defecation** โดย Patricia J. Yang นักวิจัยศึกษาการขับถ่ายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายขนาด ตั้งแต่แมวไปจนถึงช้าง และพบว่าแม้ขนาดตัว ความยาวของลำไส้ตรง และปริมาณอุจจาระจะแตกต่างกันมาก แต่ระยะเวลาที่ใช้ในการปล่อยอุจจาระกลับอยู่ที่ประมาณ **12 ± 7 วินาที** ในกลุ่มที่ศึกษา

นักวิจัยอธิบายว่า เมือกภายในลำไส้ช่วยลดแรงเสียดทาน ทำให้อุจจาระเคลื่อนและถูกขับออกได้ง่ายขึ้น เปรียบเหมือนวัตถุที่ลื่นไหลไปตามราง เมื่อสัตว์ตัวใหญ่ขึ้น แม้อุจจาระจะมีปริมาณมากขึ้น แต่ชั้นเมือกก็หนาขึ้นด้วย จึงช่วยให้ระยะเวลาการขับถ่ายไม่ได้เพิ่มขึ้นตามขนาดตัว

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้เป็นการศึกษากลไกทางฟิสิกส์ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม **ไม่ใช่งานที่กำหนดว่ามนุษย์สุขภาพดีต้องถ่ายให้เสร็จภายใน 12 วินาที** ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องถือโทรศัพท์จับเวลา แต่ควรมองตัวเลขนี้ในฐานะข้อมูลที่ช่วยให้เราเข้าใจว่า “การขับถ่ายที่ลื่นไหลไม่ควรต้องใช้เวลานั่งเบ่งนานๆ”

     ![](https://dragonfishherb.com/wp-content/uploads/2026/09/DragonFish_รูปบทความ_ขับถ่ายที่ดีควรใช้เวลาแค่-12-วินาที-1-1024x576.jpg)

## **ขับถ่ายดี ไม่ได้วัดกันที่นาฬิกาอย่างเดียว**

ในมนุษย์ การขับถ่ายเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนกว่านั้น เพราะต้องอาศัยการทำงานประสานกันของลำไส้ตรง หูรูดทวารหนัก กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ระบบประสาท และแรงดันภายในช่องท้อง

ดังนั้น คนหนึ่งอาจใช้เวลาไม่นาน ขณะที่อีกคนอาจต้องนั่งรอสักครู่ก่อนเริ่มถ่าย โดยไม่ได้หมายความว่ามีความผิดปกติเสมอไป

สิ่งที่น่าสังเกตกว่าเวลา คือ ต้องออกแรงเบ่งมากหรือไม่,อุจจาระแข็งหรือเป็นก้อนเล็กๆ หรือไม่,ถ่ายแล้วรู้สึกโล่งหรือยังรู้สึกว่ามีค้าง,มีอาการเจ็บ แสบ หรือมีเลือดร่วมด้วยหรือไม่,ต้องกลับเข้าห้องน้ำซ้ำๆ เพราะรู้สึกถ่ายไม่หมดหรือไม่

เพราะอาการท้องผูกไม่ได้หมายถึงเพียง “หลายวันไม่ถ่าย” เท่านั้น NIDDK ระบุว่า คนที่อุจจาระแข็ง แห้ง เป็นก้อน ถ่ายลำบาก เจ็บขณะถ่าย หรือรู้สึกว่าถ่ายออกไม่หมด ก็อาจมีภาวะท้องผูกได้เช่นกัน

นั่นหมายความว่า **ถึงจะถ่ายทุกวัน แต่ถ้าต้องนั่งเบ่งเป็นเวลานาน ก็ไม่ควรมองว่าเป็นการขับถ่ายที่ดี**

## **ปัญหาเมื่อ “ถ่ายเสร็จแล้ว แต่ยังไม่ลุก”**

สิ่งที่น่ากังวลกว่าการใช้เวลาเกิน 12 วินาทีเล็กน้อย คือการนั่งบนชักโครกนานเกินความจำเป็น โดยเฉพาะการนั่งอ่านหนังสือหรือเล่นโทรศัพท์

แนวทางการรักษาริดสีดวงทวาร พฤติกรรมอย่างการเบ่งถ่ายและการนั่งบนชักโครกเป็นเวลานานมีความเกี่ยวข้องกับริดสีดวงที่มีอาการ จึงแนะนำให้ปรับพฤติกรรมการขับถ่าย หลีกเลี่ยงการเบ่ง และจำกัดเวลาที่ใช้บนชักโครก

เพราะชักโครกไม่เหมือนเก้าอี้ทั่วไป เมื่อนั่งอยู่ในท่านี้นาน บริเวณก้นไม่ได้รับการรองรับเหมือนเวลานั่งบนเก้าอี้ และการอยู่ในท่าขับถ่ายเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดแรงกดบริเวณหลอดเลือดรอบทวารเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในคนที่มีปัญหาท้องผูกหรือริดสีดวงอยู่แล้ว

     ![](https://dragonfishherb.com/wp-content/uploads/2026/09/DragonFish_รูปบทความ_ขับถ่ายที่ดีควรใช้เวลาแค่-12-วินาที-2-1024x576.jpg)

## **มือถือหนึ่งเครื่อง อาจทำให้ 2 นาทีกลายเป็น 10 นาที**

เรื่องนี้เห็นภาพชัดขึ้นจากงานวิจัยปี 2025 ที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการใช้สมาร์ตโฟนในห้องน้ำกับริดสีดวง พบว่าคนที่ใช้โทรศัพท์บนชักโครกมีแนวโน้มใช้เวลานานกว่าอย่างชัดเจน และหลังปรับปัจจัยอื่นแล้ว การใช้สมาร์ตโฟนบนชักโครกสัมพันธ์กับความชุกของริดสีดวงที่สูงขึ้นประมาณ 46% อย่างไรก็ตาม งานนี้เป็นการศึกษาแบบภาคตัดขวาง จึงบอกได้เพียง “ความสัมพันธ์” ยังไม่สามารถยืนยันว่าโทรศัพท์เป็นสาเหตุโดยตรงของริดสีดวง

ปัญหาจริงๆ จึงอาจไม่ใช่มือถือ แต่คือ **มือถือทำให้เราลืมว่าเรานั่งอยู่บนชักโครกมานานแค่ไหน**

ถ้าขับถ่ายเสร็จแล้ว ก็ควรลุก ไม่จำเป็นต้องนั่งรอเผื่อว่าจะมีอีกก้อนตามมา

## **อยากให้ขับถ่ายง่ายขึ้น ต้องเตรียมตั้งแต่ก่อนเข้าห้องน้ำ**

หากทุกเช้าต้องนั่งรอ 10–20 นาที ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ “ต้องพยายามเบ่งให้เร็วขึ้น” แต่อาจต้องย้อนกลับไปดูตั้งแต่อาหาร น้ำ และพฤติกรรมในแต่ละวัน

NIDDK แนะนำว่าผู้ใหญ่ควรได้รับใยอาหารประมาณ **22–34 กรัมต่อวัน** ขึ้นอยู่กับอายุและเพศ พร้อมดื่มน้ำและของเหลวให้เหมาะสม เพื่อช่วยให้อุจจาระนุ่มและเคลื่อนผ่านได้ง่ายขึ้น การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอก็มีส่วนช่วยเรื่องท้องผูกเช่นกัน

อีกเทคนิคหนึ่งคือเลือกเวลาที่ลำไส้พร้อม NIDDK ระบุว่าการลองเข้าห้องน้ำประมาณ **15–45 นาทีหลังอาหารเช้า** อาจช่วยฝึกระบบขับถ่ายได้ เพราะหลังรับประทานอาหาร การเคลื่อนไหวของลำไส้ใหญ่จะเพิ่มขึ้น

และเมื่อรู้สึกปวดถ่ายก็ควรเข้าห้องน้ำ ไม่ควรอั้นเป็นประจำ เพราะการเพิกเฉยต่อความรู้สึกอยากถ่ายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับอาการท้องผูกได้

## **เพราะฉะนั้น “12 วินาที” บอกอะไรเรา?**

มันไม่ได้หมายความว่า ตั้งแต่นั่งลงจนลุกขึ้นต้องเสร็จภายใน 12 วินาที และไม่ได้หมายความว่าถ้าใช้เวลา 30 วินาทีหรือ 1 นาทีแล้วถือว่าผิดปกติ

แต่สิ่งที่งานวิจัยนี้ทำให้เราเห็นคือ **การปล่อยอุจจาระที่มีสภาพเหมาะสมสามารถเกิดขึ้นได้ค่อนข้างรวดเร็ว และไม่ควรต้องอาศัยการเบ่งอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน**

# **FAQ คำถามที่พบบ่อย**

### **1. คนเราควรถ่ายให้เสร็จภายใน 12 วินาทีจริงไหม?**

ไม่จำเป็น ตัวเลข 12 วินาทีมาจากงานวิจัยเรื่องการขับถ่ายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ไม่ใช่เกณฑ์วินิจฉัยทางการแพทย์สำหรับมนุษย์ สิ่งสำคัญกว่าคือถ่ายออกง่าย ไม่ต้องออกแรงเบ่งมาก และไม่ต้องนั่งชักโครกเป็นเวลานาน

### **2. ถ่ายทุกวัน แต่ใช้เวลานาน ถือว่าท้องผูกไหม?**

มีโอกาส เพราะท้องผูกไม่ได้ดูเฉพาะจำนวนครั้ง หากมีอุจจาระแข็ง ถ่ายลำบาก ต้องเบ่ง หรือรู้สึกถ่ายไม่หมด ก็เข้ากับอาการของท้องผูกได้

### **3. นั่งเล่นมือถือบนชักโครกอันตรายไหม?**

ตัวมือถือไม่ได้ทำให้เกิดริดสีดวงโดยตรง แต่มีหลักฐานว่าคนที่ใช้มือถือในห้องน้ำมักนั่งนานขึ้น และงานวิจัยปี 2025 พบความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมนี้กับความชุกของริดสีดวงที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นถ่ายเสร็จแล้วควรลุก ไม่ควรนั่งเล่นโทรศัพท์ต่อ

### **4. ทำอย่างไรให้ขับถ่ายได้ง่ายและไม่ต้องเบ่ง?**

ควรเพิ่มอาหารที่มีใยอาหาร ดื่มน้ำให้เหมาะสม ออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกายสม่ำเสมอ ไม่อั้นเมื่อรู้สึกปวดถ่าย และลองสร้างเวลาขับถ่ายให้เป็นกิจวัตร เช่น หลังอาหารเช้า

### **5. ถ้ามีเลือดออกขณะถ่าย แปลว่าเป็นริดสีดวงใช่ไหม?**

ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นริดสีดวงเสมอไป เพราะเลือดออกทางทวารหนักสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ แนวทาง ASCRS ระบุว่าไม่ควรเหมารวมเลือดออกว่าเกิดจากริดสีดวง โดยเฉพาะหากมีเลือดออกซ้ำ อาการเปลี่ยนไป ปวดท้อง น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ หรือท้องผูกที่เพิ่งเกิดและเป็นมากขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

## **แหล่งอ้างอิง**

1. Yang PJ, LaMarca M, Kaminski C, Chu DI, Hu DL. **Hydrodynamics of defecation.** *Soft Matter.* 2017;13(29):4960–4970. DOI: 10.1039/C6SM02795D.
2. Palit S, Lunniss PJ, Scott SM. **The physiology of human defecation.** *Digestive Diseases and Sciences.* 2012;57:1445–1464.
3. Lewis SJ, Heaton KW. **Stool form scale as a useful guide to intestinal transit time.** *Scandinavian Journal of Gastroenterology.* 1997.
4. Hawkins AT, et al. **The American Society of Colon and Rectal Surgeons Clinical Practice Guidelines for the Management of Hemorrhoids.** *Diseases of the Colon & Rectum.* 2024;67(5).
5. Ramprasad C, Wu C, Chang J, Rangan V, Iturrino J, et al. **Smartphone use on the toilet and the risk of hemorrhoids.** *PLOS ONE.* 2025;20(9):e0329983.
6. National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK). **Symptoms & Causes of Constipation; Treatment for Constipation; Eating, Diet, & Nutrition for Constipation.**
